บัวสวยในน้ำขุ่นพลวัต 2016

พอตลาดหุ้นทั่วโลกหายตกใจ และทำท่ารีบาวด์กลับต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะพลิกเป็นขาขึ้นระลอกใหม่ได้ สุ้มเสียงของคนที่มีมุมมองโลกสวย ก็เลยทำท่าเปล่งพลังสร้างความหวังมากขึ้น ประหนึ่งบรรยากาศ “ฟ้าหลังฝน” ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะจริงเท็จแค่ไหน


วิษณุ โชลิตกุล

 

พอตลาดหุ้นทั่วโลกหายตกใจ และทำท่ารีบาวด์กลับต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะพลิกเป็นขาขึ้นระลอกใหม่ได้ สุ้มเสียงของคนที่มีมุมมองโลกสวย ก็เลยทำท่าเปล่งพลังสร้างความหวังมากขึ้น ประหนึ่งบรรยากาศ ฟ้าหลังฝนที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะจริงเท็จแค่ไหน

ความกังวลถึงขั้นที่เคยบอกกันแรงๆ ว่าตลาดหุ้นอยู่ในภาวะ “หลอมละลาย” เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน และคำเตือนว่า ตลาดที่รีบาวด์มีลักษณะ แมวตายเด้งที่มีขีดจำกัดขาขึ้น ถูกอิทธิพลของมุมมองใหม่กลบทับอย่างรวดเร็ว คล้ายกับอาการ “วัยทอง” เมื่อย่างเข้าเขตอายุสูงวัยของคนจำนวนมาก

เริ่มตั้งแต่ นักวิเคราะห์ในนิวยอร์กของวาณิชธนกิจและบรรดาผู้จัดการกองทุนทั้งหลาย พากันออกมาบอกว่าความแข็งแกร่งของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลก จะแบกรับและปัดเป่าผลเสียหายจากผลลัพธ์เชิงลบในยุโรปลงไปได้ ทำให้ไม่ต้องกังวล เนื่องจาก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมัน ค่าดอลลาร์ที่อ่อนลงเพราะเฟดฯชะลอขึ้นดอกเบี้ย 

การวิเคราะห์ดังกล่าว มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับความพยายามบอกว่า ดอกบัวจะบานสวย ต้องปลูกบัวในโคลนตม ไม่ใช่ในน้ำใสสะอาดกลางลำธารที่น้ำไหลเชี่ยว แต่ดูเหมือนนักวิเคราะห์ตั้งใจจะลืมโดยเจตนาว่า แรงกดดันจาก ชาติกำลังพัฒนาขนาดใหญ่อย่างบราซิลกำลังมีเศรษฐกิจย่ำแย่ เม็กซิโกต้องปรับลดค่าเงินเปโซลงต่ำสุด หรือความเปราะบางของเศรษฐกิจจีน และญี่ปุ่นที่ยังต้องจับตาใกล้ชิด

โดยข้อเท็จจริงของภาวะเงินท่วมโลก การวิเคราะห์ดังกล่าวไม่ถูกอย่างสิ้นเชิง แต่จะบอกว่าผิดคงไม่ได้ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดี ว่าตราบใดที่โลกยังไม่มีทางออกทำให้ทุนส่วนเกิน แปลงสภาพเป็นการลงทุนในภาคการผลิต-บริการ และการจ้างงานเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ การที่ดัชนีตลาดเก็งกำไรจะร่วงแรงๆ สู่จุดต่ำสุดระลอกใหม่ย่อมเป็นเรื่องยากบำบาก และในทางตรงกันข้าม ก็ไม่สามารถทำให้ขาขึ้นแรงของตลาดจะรุนแรงจนฝ่าแนวต้านครั้งแล้วครั้งเล่าแบบกระทิงเปลี่ยว

นักลงทุนในตลาดเก็งกำไร ไม่ว่าตลาดไหน ต้องกลายเป็นพวก  “เล่นสั้นขยันซอย เพราะจะเป็นพวกนักลงทุนเน้นคุณค่าก็มีโอกาสล้มเหลว และเล่นแบบสั้นมากก็สุ่มเสี่ยงเกินไป แต่คนจำนวนมากก็โยนความคาดหวังไปให้เป็นภาระบนบ่าของนายธนาคารกลางของโลก 

ข้อเท็จจริงที่หลายคนพยายามปฏิเสธอยู่ที่ว่า จนกระทั่งบัดนี้ และอาจจะยืดยาวไปถึงอนาคตใน 2 ปีข้างหน้า บรรดานายธนาคารกลางหรือผู้นำรัฐนาวาด้านเศรษฐกิจการเงินโลก ยังคงมีอาการตีบตันทางปัญญากับการสร้างนวัตกรรมใหม่ผ่าทางตันของวิกฤติหลังการลงประชามติอังกฤษ สิ่งที่นายธนาคารกลางทั้งหลายกระทำนั้น อาทิ การใช้มาตรการระยะสั้นอัดฉีดเงินเข้ามาแก้สภาพคล่องตลาดที่ร่วงหนักเพราะแรงเทขายตื่นตระหนก หรือการออกมาให้คำมั่นว่าหากมีปัญหาก็พร้อมจะดำเนินการเมื่อถึงเวลาเพื่อไม่ให้ตลาดขาดสภาพคล่อง ก็เปรียบได้กับการโยนขอนไม้ผุๆ ที่ถูกโยนมาให้นักลงทุนเกาะพยุงตัวชั่วคราว กลางกระแสน้ำไหลบ่าเชี่ยวกรากธรรมดา ไม่สามารถคาดหวังได้เลย

คำเตือนของนายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟดฯที่ดูจะมีเหตุผลยิ่ง ที่บอกว่า Black Friday ครั้งนี้ เลวร้ายกว่า 1987 Black Monday หลายเท่า เพราะมันเกิดซึมลึก และจะไม่หายไปง่ายๆ กลายเป็นคำเตือนที่ถูกดูเบาได้ง่ายๆ 

ตลาดเก็งกำไรมีมุมมองว่า ผลข้างเคียงของการที่เงินท่วมโลก ซึ่งกดดันให้ดอกเบี้ยต่ำติดพื้น และ การพิมพ์ธนบัตรจำนวนมหาศาลมาซื้อหนี้เอกชนผ่านมาตรการ QE ไม่รู้จบของธนาคารกลางยุโรป ญี่ปุ่น และ จีน ที่ทำให้เงินส่วนเกินของโลกล่องลอยหาทางลงชั่วคราวไปทั่วโลกจนมีท่าจะเกิดฟองสบู่ของตลาดเก็งกำไรในลักษณะใหม่ เป็นความจริงเฉพาะหน้าที่เลี่ยงไม่พ้น หาทางออกไม่ได้ แต่ก็ไม่พังทลาย

เงินบาทที่แข็งค่ารุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจนเกือบจะหลุด 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ข้อสรุปเดิมที่ว่า เมื่อทุนต่างชาติถอยกลับจากตลาดหุ้นไทยแล้ว จะถอยยาว ไม่เป็นจริงขึ้นเสียแล้ว เมื่อสถานการณ์ไม่ปกติของตลาดเกิดขึ้นยามนี้

การกลับมาซื้อรุนแรงของต่างชาติในวันพฤหัสบดีก่อนตลาดหุ้นไทยหยุดยาว ได้รับคำอธิบายที่ฟังแล้วทะแม่งหูว่า กองทุนเก็งกำไรของโลก มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดในกลุ่ม TIP ทั้งตลาดหุ้นไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์, จีน, อินเดีย โดยมองว่าเป็นแหล่งพักเงินที่ดีในตอนนี้ จากการที่มีทุนสำรองเงินตราแข็งแกร่ง และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เหมาะสำหรับการเป็นแหล่งพึ่งพิงเงินชั่วคราวในยามผันผวนรุนแรง

จุดเด่นคือ คำอธิบายดังกล่าว มีส่วนทำให้แรงซื้อดูดีขึ้น กลบบรรยากาศเชิงลบไปได้มาก ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิค ที่บอกให้รู้ว่ายังมีโอกาสที่ดัชนีตลาดสามารถจะขึ้นไปได้ต่ออีก และฝ่าแนวต้านสำคัญไปเหนือ 1,460 จุด ในสัปดาห์นี้ได้

อารมณ์ของตลาดที่เป็นบวก ไม่ว่าจะเกิดจากมายาหรือภาพลวงตา ก็น่าจะมีผลให้วันนี้ หรือตลอดหลายวันของสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์ขาขึ้นจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ และกองทุนในประเทศ ในขณะที่ใกล้วาระเทศกาลประกาศงบกลางปีของบริษัทจดทะเบียนใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า จะเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าผลประกอบการน่าจะเป็นบวก และไม่น่ากังวลมาก และงานภาครัฐน่าจะมีมากขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป รวมทั้งช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยก็ปลอดข่าวลบ ยกเว้นข่าวการเมืองที่ชินหูชินตาเสียแล้ว

จังหวะที่แสนสั้นของการทำกำไรแม้ไม่มาก ถือเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ “บัวบานสวย” ในท่ามกลางน้ำขุ่นโคลน ที่แม้จะไม่ได้ดีเด่อะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่มีข่าวดีอะไรเลย

เพียงแต่นักลงทุนที่ชาญฉลาดพึงตระหนักว่า ขีดจำกัดของการเก็งกำไรในช่วงยามนี้ ค่อนข้างต่ำกว่าระดับที่คุ้นเคยมากกว่าปกติ

 

Back to top button