น้ำมันดิบปิดร่วงหลังสต็อกในสหรัฐฯลดน้อยกว่าคาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% เมื่อคืนนี้ (13 ก.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปทานน้ำมันที่ยังคงสูงมากในสหรัฐ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิด (13 ก.ค.) ที่ 44.75 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 2.21 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 46.26 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจาก EIA เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 2.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3 ล้านบาร์เรล ส่วนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวในสหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจและการจ้างงานในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค.จนถึงเดือนมิ.ย.นั้น ยังคงขยายตัวเพียงเล็กน้อย และแทบไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นในเร็วๆนี้