น้ำมันดิบปิดพุ่ง 1.10 ดอลล์ นักลงทุนคลายวิตกภาวะน้ำมันล้นตลาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันเบนซินและการผลิตน้ำมันของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 1.10 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิด (4 ส.ค.) ที่ 41.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 1.19 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 44.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบปิดบวกติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากรายงานของ EIA ระบุว่าสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่การผลิตน้ำมันของสหรัฐปรับตัวลง 55,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 8.46 ล้านบาร์เรล/วัน ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 ก.ค. นอกจากนี้ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน ปรับตัวลง 1.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลระหว่างอุปทานที่เพิ่มขึ้นเพียงปานกลางและอุปสงค์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในกรอบ 40-50 ดอลลาร์/บาร์เรล ไปจนถึงช่วงปลายปี 2560 ขณะที่นายฟรานซิสโก บลานช์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ คาดว่า ราคาน้ำมันจะยังคงปรับตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่จะพุ่งแตะระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีหน้า