PCA คาดปีนี้พลิกมีกำไร หลังตุน backlog 400 ลบ.- ลุยประมูลงานต่อเนื่อง

PCA คาดปีนี้พลิกมีกำไร หลังตุน backlog มูลค่ากว่า 400 ลบ.- ลุยประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง มูลค่า 500 ลบ. พร้อมขยายธุรกิจให้บริการ Planetfiber หวังเพิ่มรายได้ ตั้งเป้ามีลูกค้าเพิ่มเป็น 3 หมื่นรายในปี 61

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะพลิกเป็นกำไรสุทธิเล็กน้อย โดยจะเริ่มมีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4/59 แม้ว่าครึ่งปีแรกยังมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 30 ล้านบาท ขณะที่รายได้น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อน พลาดเป้าจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตราว 15% เนื่องจากครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้บริษัทมองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้น่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากมีงานในมือ (backlog) รอรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาท และบริษัทเข้าประมูลงานอย่างต่อเนื่อง มูลค่าราว 500 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาคเอกชน 30% ภาครัฐ 40% และที่เหลือเป็นงาน Broadcast ที่จะมีการทยอยทราบผลในปีนี้ทั้งหมด ทั้งนี้เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น หลังรัฐบาลเร่งใช้จ่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ การขยายธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น ธุรกิจการให้บริการ Planetfiber โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีลูกค้าเพิ่มเป็น 3 หมื่นรายในปี 61 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 ราย โดยจะมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมเป็นหลัก คาดว่าในปี 61 สัดส่วนรายได้ดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 8% และอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะเพิ่มเป็น 42% จากเดิม 25% รวมถึงอัตรากำไรสุทธิจะขยับขึ้นเฉลี่ยที่ 10% จากปกติ 6-8%

ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนขยายตลาดกลุ่ม AEC ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศเมียนมาร์เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ดำเนินธุรกิจวางระบบดาวเทียม คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปลายปีนี้ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 20% ได้ในปี 60 จากเดิมที่ 5%

พร้อมกันนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการ 2 บริษัท ได้แก่ ธุรกิจที่ดำเนินงานด้าน R&D และระบบความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อเข้ามาต่อยอดธุรกิจหลัก และเพื่อเป็นไปตามแผนการดำเนินงานของบริษัทที่จะสร้างการเติบโตให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามโครงการองค์กรนวัตกรรมของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) คาดว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนได้ในปลายปี 59

เรายังคงรักษาฐานการเติบโตจากธุรกิจเดิม แต่ก็มองหาธุรกิจใหม่ เพื่อเข้ามาต่อยอดกรเติบโต และการขยายตลาดไปยัง AEC โดยเฉพาะ CLMV โดยเราก็มีการมุ่งเน้นการสร้างองค์กรนวัตกรรม เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”นายประพัฒน์

คำค้น