เก็บ 11 หุ้นเริ่มมีสตอรี่-เก็งยืนเหนือตลาดSET หวัง Window Dressing-กองทุนฯดันดัชนี

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้สำหรับแนวโน้ม SET ระยะสั้น มีจังหวะ Rebound ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ในช่วงนี้ไว้คงเดิมระหว่าง 1,500/10 – 1,540/50 จุด โดยตลาดคาดหวังการ Window Dressing ช่วงปลาย 1Q15 และการเข้าซื้อของ Trigger Fund จะช่วยดันดัชนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.12 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.52/32.54 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มวัสดุและสินค้าอุปโภคบริโภค

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้สำหรับแนวโน้ม SET ระยะสั้น มีจังหวะ Rebound ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ในช่วงนี้ไว้คงเดิมระหว่าง 1,500/10 – 1,540/50 จุด โดยตลาดคาดหวังการ Window Dressing ช่วงปลาย 1Q15 และการเข้าซื้อของ Trigger Fund จะช่วยดันดัชนี สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ได้แก่ AOT, CENTEL, MINT, SEAFCO, IFEC, ITD, TPIPL, GUNKUL, IRPC, TRUE และ RCL

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (25 มี.ค.) ว่า สำหรับแนวโน้ม SET ระยะสั้น มีจังหวะ Rebound หลังปิด Gap ทางเทคนิคที่ 1,500 จุด นอกจากนั้นยังคาดหวังการฟื้นตัวจาก 1)ภาวะ Oversold ทางเทคนิค 2) โอกาสการ Window Dressing ช่วงปลาย 1Q15 3) การเข้าซื้อของ Trigger Fund มูลค่า 5-6 พันล้านบาท และ 4) นักลงทุนกลับมาพิจารณาผลการดำเนินงาน 1Q15 มากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ที่ผลการดำเนินงานฟื้นตัวแกร่ง และกลุ่มธนาคาร

แนะนำ “ซื้อ”หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ เนื่องจากคาดการณ์ผลการดำเนินงานฟื้นตัว y-y ใน 1Q15 อย่าง AOT (ต้าน 310/314 – ผู้โดยสารเติบโตแกร่ง +26% เดือน ก.พ.), CENTEL (ต้าน 32.5) และ MINT (ต้าน36.0) และ “ทยอยสะสม” SEAFCO ด้วยแนวรับ 9.2-9.4 บาท หลังราคาปรับลดลงจนทำให้ Valuation กลับมาน่าสนใจมากที่ PE 10.5x ในปี 2015

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ (25 มี.ค.) ว่า  คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 4 หลังหุ้น High Beta อย่าง IFEC / ITD / TPIPL เริ่มเห็นการฟื้นตัว หลังจากปรับฐานลงแรงกว่า 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นดังกล่าวยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาทำให้เกิด Upside gain ที่กว้างมากขึ้น อีกทั้งผู้ที่ลงทุนผ่าน Put Options ใน DW ของหุ้นเหล่านี้ จะต้องรีบขายทำกำไร หากกลับมาลงทุน/ เก็งกำไรในด้าน Call Options ย่อมเป็นตัวเร่งต่อการฟื้นตัวของหุ้นอ้างอิงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายที่เบาบางต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท/วัน บวกกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่เป็นกลาง ย่อมทำให้การฟื้นตัวของ SET INDEX ยังเป็นไปอย่างจำกัด อีกทั้งปัจจัยการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ขาดความชัดเจน

ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ในช่วงนี้ไว้คงเดิมระหว่าง 1,500/10 – 1,540/50 จุด การลงทุนจึงยังต้องเน้นเป็นรายตัวมากกว่าภาพรวมของ SET INDEX

ทั้งนี้จับตาหุ้น High Beta ที่ปรับตัวลงมาแรง อาจกลายเป็นหุ้นเป้าหมายของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ทยอยปิดการขาย IPO วานนี้ และสุดสัปดาห์นี้ เชื่อว่า หากหุ้น High Beta ทั้งหลายเริ่มฟื้นตัว เช่น IFEC/ IRPC / ITD / TPIPL / TRUE อาจเป็นตัวช่วยให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมกลับมาเป็นกลางถึงบวกได้ ส่งผลบวกต่อมูลค่าการซื้อขายให้ฟื้นตัวในที่สุด

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนอาจพิจารณาถือพอร์ตเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อรอขายทำกำไรในช่วงที่เริ่มทำ Window Dressing หรือใช้ผลตอบแทนจากการลงทุนรอบสั้นราว 5-10% เป็นตัวกำหนดกลยุทธ์การลงทุน”

Accumulative Buy: IFEC / ITD

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (25 มี.ค.)  SET ยังอ่อนตัวต่อ แต่จะมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,500 จุด (Ex PER 14.5 เท่า) ตลาดน่าจะให้น้ำหนักต่อปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองในประเทศ ระยะสั้นจึงแนะเลือกหุ้นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนชนะตลาดในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ หุ้นเด่น:GUNKUL (FV@B38.75) และ RCL (FV@B 13.1)

 

บล.ซีไอเอ็มบี ระบุในบทวิเคราะห์ (25 มี.ค.) ว่า ทิศทางดัชนี SET ช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์คาดยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ แต่จะรีบาวด์ในช่วงสั้นได้หลังดัชนีลงมาใกล้ 1500+/- จุด จากแรงกดดันของการปรับลดประมาณการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ ซึ่งล่าสุด ADB ปรับลด GDP ปีนี้อยู่ที่ 3.6% เทียบของหน่วยงานรัฐบาลที่ 3.8-4% ดัชนีที่ปรับตัวลงมา มองว่าเริ่มสะท้อนการปรับลด GDP ขณะที่ตัวเลขการส่งออกยังเป็นตัวแปรที่สำคัญ แต่คงไม่มากแล้วหลังดัชนี SET รูดลงแรงเมื่อวานนี้

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนจากแรงขายสูง (ตลาดปรับลงมากว่า 100 จุดจากจุดสูงสุดที่ 1620 จุด ในเวลาประมาณ 1 เดือน) เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น โดยให้เข้าซื้อตอนดัชนีปรับฐานลงแรงในระหว่างวันและขายทำกำไรเมื่อตลาดมีการรีบาวน์กลับ

โดยประเมินว่าตลาดจะยังสามารถยืนเหนือระดับ 1500 จุดได้ จากสภาพคล่องในระบบที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง, แรงขายของนักลงทุนต่างชาติชะลอตัวลง (เนื่องจากมีปริมาณการถือครองหุ้นไทยอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี) และอาจเห็นการทำราคาปิด (window dressing) หุ้นบางตัวในช่วงปิดไตรมาสแรกนี้ช่วยพยุงตลาดได้ วันนี้ให้แนวรับที่ 1500-1505 และแนวต้านที่ 1520-1523 จุด

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (25 มี.ค.) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ มีเด้ง แต่ภาพใหญ่ยังแกว่ง/ผันผวนต่อ

คาด SET วันพุธมีช่วงรีบาวด์แต่ยังผันผวน หนุนโดยแรงเก็งกำไรจากนักลงทุนในประเทศ(หลังดัชนีเด้งจากระดับจิตวิทยาที่ 1500 จุดได้) และจากกองทุนไทย(หลังหลายบลจ.เดินหน้าออกกองทุนทริกเกอร์เพิ่มเติม แต่ปัจจัยภายนอกยังไม่ค่อยดี หุ้นสหรัฐปรับฐานหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกลายเป็นลบต่อตลาดหุ้น โดยยอดขายบ้านใหม่ ก.พ.แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ก.พ.เพิ่มขึ้น 0.2% ตามคาด ด้านฝั่งยุโรป CBNC และ REUTER รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ยุโรป ว่าการพิจารณาแผนช่วยกรีซน่าจะเลื่อนไปเป็น 30 มี.ค.และกรีซจะมีเงินสดใช้จ่ายถึงวันที่ 20 เม.ย.เท่านั้น แนะเก็งกำไรเร็วและยังให้ระวังความผันผวนของ SET

หุ้นเด่นวันนี้ ซื้อ TRC/เก็งกำไร SCC*,AOT (window dressing)