เคาะ 12 หุ้นร้อน เน้นรายตัว-งบไตรมาสแรกสวยกูรูชี้ได้จังหวะซื้อหลังดัชนีพักตัว 1,600 จุด ยังไหว

นักวิเคราะห์มองว่าการพักตัวของดัชนีวานนี้ไม่ทำให้แนวโน้มหลักที่เป้าหมาย 1,600-1,620 จุดเสียหาย ยังมีหลายปัจจัยหนุน มองเป็นโอกาสซื้อ ขณะที่ด้านเทคนิคยังเป็นขาขึ้น การลงทุนเน้นหุ้นมีปัจจัยบวกรายตัว และงบไตรมาสแรกดี

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.22 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.40 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ขณะเดียวกันเงินเยนที่อ่อนค่ายังช่วยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน

นักวิเคราะห์มองว่าการพักตัวของดัชนีวานนี้ไม่ทำให้แนวโน้มหลักที่เป้าหมาย 1,600-1,620 จุดเสียหาย ยังมีหลายปัจจัยหนุน มองเป็นโอกาสซื้อ ขณะที่ด้านเทคนิคยังเป็นขาขึ้น การลงทุนเน้นหุ้นมีปัจจัยบวกรายตัว และงบไตรมาสแรกดี หุ้นเด่นเลือก ITD-TASCO-TPIPL-WHA-IFEC-ADVANC-CSS-RS-KTB-TASCO-CPR และ TH

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 19 ด้วยกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,555-1,570 จุด เท่ากับวานนี้ โดย Downside risk ของ SET INDEX จำกัดมากยิ่งขึ้น หลัง KBANK ประกาศงบออกมาใกล้เคียงคาดที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 24% จากไตรมาสก่อน และ 4% จากไตรมาสเดียวดกันในปีก่อน ด้วย NPLs ที่ทรงตัว

แต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้แรงกดดันต่อกลุ่มธนาคารคลายตัว หาก BBL / KTB รายงานผลกำไรใกล้เคียงคาด เชื่อว่าเม็ดเงินทุนต่างชาติจะเริ่มกลับมามีมุมมองต่อกลุ่มธนาคารดีขึ้น ช่วยจำกัด Downside ของกลุ่มธนาคาร และภาพรวมของตลาดหุ้นไทย

อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะ NYMEX ที่แกว่งระหว่าง US$55-60/barrel ช่วยจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมี นอกเหนือไปจากงบไตรมาส 1/58 ที่จะพลิกจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 เป็นกำไร จะเป็นอีกตัวแปรที่ทำให้เราประเมินว่าแนวรับ SET INDEX บริเวณ 1,555 จุดจะทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง

แม้จะมีปัจจัยกดดันการลงทุนอยู่บ้าง จากกรณีกรีซ ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้อียู ขณะที่เส้นตายวันที่ 24 เม.ย. ใกล้เข้ามา อาจทำให้ตลาดหุ้นยุโรปแกว่งออกด้านข้างในช่วงนี้ เพื่อรอดูความชัดเจนดังกล่าว

ขณะที่สถาบันภายในประเทศ ขายสุทธิ 3,225 ล้านบาท ตลอด 2 วันทำการที่ผ่านมา น่าจะเป็นเงินลงทุนของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่แตะระดับเป้าหมาย เชื่อว่า แรงขายจากสถาบันจะเริ่มชะลอตัวลง ยกเว้น SET INDEX ไต่ระดับขึ้นสู่ 1,580-1,600 จุด อาจเกิดแรงขายจากกองทุนอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเป้าหมายบริเวณ 1,555 จุด +/-” หลังขายทำกำไรไปแล้วบริเวณ 1,580 จุด +/-

Top Pick in Q2/15: ITD/TASCO/TPIPL/WHA

Accumulative Buy: IFEC/TASCO

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) ว่า การพักตัวของ SET วานนี้ไม่ทำให้แนวโน้มหลักที่เป้าหมาย 1,600-1,620 จุดเสียหาย มองเป็นโอกาส “ซื้อ” ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ธนาคารกลางจีนลด RRR ลง 1% ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเงินกู้ 1.3 ล้านล้านหยวน 2) การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญสัปดาห์นี้ เปิดทางเก็งกำไรเลือกตั้งต้นปีหน้า 3) ม.44 หนุนการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนรัฐบาล และ 4) สภาพคล่องในประเทศสูงจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล US$6 พันล้านในช่วง ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา

แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/15 ของ RS จะยังไม่เติบโตเด่นมากนัก แต่เป็นโอกาส “ซื้อ” ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 25 บาท จาก 1) การปรับขึ้นค่าโฆษณาเป็นเฉลี่ย 45,000 บาท/นาที หนุนกำไรเติบโต 99% ในปี 2015 2) PE ปรับลดลงมาที่ 20 เท่าปีนี้ และจะลงต่ำ 10 เท่าในปี 2016 3) Ad-Spending ใน Digital TV เติบโต 25% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนสำหรับไตรมาส 1/15

 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (20 เม.ย.) เชื่อว่านโยบายผ่อนคลายทางการเงินยังมีอยู่ บวกกับฤดูกาลทำ Preview Earnings ภาคการผลิตไตรมาส 1/58 จะช่วยประคอง SET แตะ 1,600 จุด เลือก TASCO ([email protected]) เป็น Top pick คาดกำไรไตรมาส 1/58 ทำ New High พร้อมปรับประมาณปีนี้ขึ้นจากเดิม 45% และปรับคำแนะนำจากเดิมถือ เป็นซื้อ

 

บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) คาดทิศทางตลาดยังมีความผันผวนมีโอกาสเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับต่างประเทศแต่คาดการปรับขึ้นอาจเป็นไปอย่างจากัดภายใต้ปัจจัยหนุนจากประเด็นที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราการกันสารองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 1% ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปวานนี้และคาดเป็นประเด็นที่ตลาดฯบ้านเราสะท้อนไปบ้างแล้ว

ขณะที่คาดว่า ยังมีความกังวลสถานการณ์ในกรีซโดยเฉพาะประเด็นหนี้ที่จะครบกาหนดชำระต่อ IMF ในวันที่ 1 และ 12 พค. นี้ซึ่งมีจานวนสูงถึง 1.95 แสนล้านยูโรและ 750 ล้านยูโรตามลำดับอย่างไรก็ตาม แนะนำให้ติดตามว่ากรีซจะยื่นข้อเสนอมาตรการปฏิรูปฉบับแก้ไขแล้วต่อยูโรกรุ๊ปหรือไม่ โดยจะมีการประชุมในวันที่ 24/4/58 นี้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความไม่แน่นอนว่าระยะเวลาที่เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะมีการประชุมเฟดในวันที่ 28-29/4/58 นี้

ด้านประเด็นในประเทศ คาดอาจถูกกดดันบ้างจากกลุ่มธนาคารที่เริ่มทยอยประกาศผลการดำเนินงานและคาดอาจมีการขายทำกำไรหลังประกาศงบแต่คาดยังได้รับปัจจัยบวกบ้างจาก Fund Flow แม้ล่าสุดต่างชาติขายสุทธิออกมาแต่มูลค่าไม่มากและยอดขายสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีลดลงเหลือเพียง 1,841 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังแนะนำให้ติดตามค่าเงินประกอบด้วยล่าสุดเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 32.43-32.45 บาท อ่อนค่าจากวานนี้ที่ 32.38 รวมถึงกลุ่มพลังงานที่คาดได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมัน และติดตามการประมูล 4G ที่เริ่มมีความชัดเจนคาดส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ADVANC รวมถึงกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการวางโครงข่ายเสาเช่น CSS เป็นต้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี +0.05 อยู่ที่ 1.90% (ระดับสูงสุด 3.77% เมื่อก.พ.54) และดัชนีความเสี่ยง (VIX) -0.59 อยู่ที่ 13.30

หุ้นแนะนำ: KTB

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.)คาดการณ์มุมมองทางเทคนิค ดัชนีตลาดยังอยู่ในการเคลื่อนไหวแกว่งตัว แต่สัญญาณทางเทคนิคพบว่า SET ยังทรงตัวสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10 วันและ 25 วัน และ MACD แสดงค่าเป็นบวกมากขึ้นที่ 7.48 ทำให้ภาพหลักยังเป็นทิศทางขาขึ้น และการที่ SET ปิดที่แนวรับ 1,560 และใกล้ MA10 ที่ 1,548 ทำให้ทิศทางในวันนี้หรือในระยะใกล้นี้ SET มีโอกาสจะขึ้นไปทดสอบ 1,580 จุดใหม่อีกครั้ง

แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1,560-1,580

หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น แนะนำซื้อเก็งกำไร CPR และ TH