KAsset เปิดขาย 2 กองทุน ถึง 24 ก.ค.นี้

KAsset เปิดขาย 2 กองทุนตราสารหนี้ตราประเทศใหม่ “KFF6MDP” อายุ 6 เดือน ผลตอบแทน 1.40% ต่อปี-“KFF1YDF” อายุ 1 ปี ผลตอบแทน 1.60% ต่อปี ถึง 24 ก.ค.นี้

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 18 – 24 กรกฎาคม 2560 บลจ.กสิกรไทยจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน ดีพี (KFF6MDP) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.40% ต่อปี

รวมทั้งกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี ดีเอฟ (KFF1YDF) ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนคาดว่าจะได้รับที่ 1.60% ต่อปี โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี

ด้านมุมมองตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงในทุกช่วงอายุตราสาร ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวลงในตราสารระยะยาว ทั้งนี้คาดว่าเป็นผลมาจากการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ต่อสภาคองเกรส ซึ่งประธาน FED ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป

ทั้งนี้หากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมายังมีทั้งเชิงบวกสลับกับเชิงลบ ขณะที่ภาพรวมอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดว่ามาจากปริมาณพันธบัตรที่มีอยู่จำกัด จากนโยบายการปรับลดปริมาณเสนอขายพันธบัตรระยะสั้นของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ซึ่งสวนทางกับสภาพคล่องในระบบยังคงมีอยู่สูงและนักลงทุนที่ยังมีความต้องการลงทุนในตราสารหนี้

ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่งสัญญาณว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยระบุว่านโยบายผ่อนคลายทางการเงินยังมีความจำเป็น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งอยู่ที่กรอบ 1-4% โดยครึ่งแรกของปี 2560 ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อยังขยายตัวได้เพียง 0.67%”

อย่างไรก็ตาม บลจ.กสิกรไทยได้เปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทกำหนดอายุโครงการเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการล็อกผลตอบแทนที่แน่นอน โดยสามารถเลือกลงทุนเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปี

ทั้งนี้สำหรับ กองทุน KFF6MDP ที่มีอายุโครงการ 6 เดือน เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปลงทุนในบัตรเงินฝาก Bank of East Asia Ltd., บัตรเงินฝาก Bank of China, บัตรเงินฝาก ICBC Ltd. และเงินฝาก China Construction Bank Corporation นอกจากนี้ยังคาดว่าจะลงทุนในตราสารหนี้ Agricultural Bank of China และตราสารหนี้ Malayan Banking Berhad, ประเทศมาเลเซีย

ด้านกองทุน KFF1YDF ที่มีอายุโครงการ 1 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในบัตรเงินฝาก Agricultural Bank of China, บัตรเงินฝาก Bank of China, บัตรเงินฝาก China Construction Bank Corporation, บัตรเงินฝาก ICBC Ltd. และเงินฝาก Union National Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ยังคาดว่าจะลงทุนในตราสารหนี้ Malayan Banking Berhad, ประเทศมาเลเซีย โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 500 บาท

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่องให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบที่มีกำหนดอายุโครงการ (Fixed Term Fund) ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนเลือกได้กองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย