BIG บวกกว่า 6% โบรกฯ คาดผลงาน H2/60 ฟื้นตัวรับ High season

BIG บวกกว่า 6% ล่าสุด ณ เวลา 14.58 น. ราคาอยู่ที่ 3.24 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 6.58% สูงสุดที่ 3.24 บาท ต่ำสุดที่ 3.04 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 92.66 ล้านบาท โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 5.20 บาท คาดผลงาน H2/60 ฟื้นตัว รับช่วง High season


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BIG ณ เวลา 14.58 น. ราคาอยู่ที่ 3.24 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 6.58% สูงสุดที่ 3.24 บาท ต่ำสุดที่ 3.04 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 92.66 ล้านบาท

โดย นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กคาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BIG เปิดเผยว่า บริษัทฯมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10-20% จากปี 59 ที่มีรายได้ 5,663.12 ล้านบาท โดยคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ และบริษัทการจัดงาน BIG CAMERA BIG PRO DAYS ครั้งที่ 11 ในวันที่ 10-16 ก.ค. ซึ่งจากการจัดงานครั้งที่ผ่านๆ มาทำยอดขายได้ค่อนข้างสูง

นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนจะจัดกิจกรรมทางการตลาดในลักษณะการจัดอีเว้นท์อีกครั้งในช่วงต้นเดือน ธ.ค. และยังมีกิจกรรมทางการตลาดอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นตลาด และคาดว่ากล้องแบรนด์ต่าง ๆ จะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่มาผลักดันตลาดในไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วย

ขณะที่ในปีนี้บริษัทฯได้วางงบลงทุนไว้ที่ 60 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาของ BIG CAMERA ให้ครบ 230 แห่ง จากปัจจุบัน 223 แห่ง สาขา BIG MOBILE 50 สาขา จากปัจจุบัน 37 สาขา  และสาขา Printing จะเปิดให้ครบ 7 สาขา จากปัจจุบัน 3 สาขา

นายธนสิทธิ์ ยอมรับว่า ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมาต่ำลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวมากกว่าปกติ

อนึ่ง BIG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/60 มีกำไรสุทธิ 155.64 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.04 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 185.67 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.05 บาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไว้ที่เดิม เพราะยังคงเชื่อว่ากำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลังจะกลับมา รวมทั้งบริษัทจะจัดงานแสดงสินค้า และเชื่อว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังจะมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของแบรนด์เป็นอย่างดี ทำให้เชื่อว่าบริษัทจะยังทำตามเป้าหมายได้

สำหรับสัดส่วนรายได้ในปีนี้จะมาจากการจำหน่ายกล้อง 90% โทรศัพท์มือถือ 8% และ Printing 2% ขณะที่คาดว่าในปี 61 สัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนไปโดยจะมาจากกล้อง 83% โทรศัพท์มือถือ 15% และ Printing 2%

ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” BIG ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท/หุ้น โดยแม้กำไรสุทธิไตรมาส 2/60ออกมาน้อยเพียง 156 ล้านบาท (ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน , ลดลง 35% จากไตรมาสก่อน) สืบเนื่องจากอุปสงค์ในกล้องถ่ายภาพที่อ่อนลง รวมทั้งต้นทุนแ ละค่าใช้จ่ายกลับสูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้เหลือเพียง 20.4% เพราะมีการตั้งสำรองสินค้ากล้องรุ่นเก่าที่ 9.9 ล้านบาท แต่ทางบริษัทคาดว่าเมื่อขายออกไปได้ก็จะบันทึกกลับมาได้ คาดว่ากำไรในงวดไตรมาส 2/60 เป็นจุดต่ำสุดปีนี้ และจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสถัดๆมา (Bottom Out)

แต่คาดว่าในงวดครึ่งหลังปีนี้ (2H60) ภาวะธุรกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น เพราะเป็นช่วงฤดูกาลที่ยอดขายดี (high season) การเปิดขายกล้องรุ่นใหม่ๆ และผู้ผลิต-จำหน่ายกล้องจะอัดฉีดงบการตลาดและโปรโมชันที่มาก อย่างไรก็ตามได้มีการปรับลดประมาณการปีนี้และปีหน้าลงในอัตรา 6%/5% ตามลำดับ สะท้อนกำไรไตรมาส 2/60 ที่ชะลอตัวลง

 

Back to top button