MTLS ไร้ปัญหาตั๋ว B/E โบรกฯ ฟัน! ได้จังหวะซื้อ อัพไซด์เพียบ

MTLS ไร้ปัญหาตั๋ว B/E ผู้บริหารยันเตรียมเงินสำหรับชำระหนี้เพียงพอแล้ว-ไม่มีแผนเพิ่มทุนแต่อย่างใด ด้าน โบรกฯ ฟัน! ได้จังหวะซื้อ อัพไซด์เพียบ

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลบทวิเคราะห์ของบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS หลังราคาหุ้นวานนี้ (17 ส.ค.) ปรับตัวลงแรง โดยปิดตลาดที่ 32.75 บาท ลบ 1.75 บาท หรือ 5.07% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.29 พันล้านบาท

ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง คาดว่ามีสาเหตุมาจากนักลงทุนกังวลเรื่องตั๋ว B/E ที่จะครบกำหนดชำระ มูลค่าประมาณ 6 พันล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของ MTLS

โดยล่าสุด ผู้บริหาร MTLS ได้ออกมายืนยันว่า บริษัทได้จัดเตรียมเงินเพื่อใช้ชำระคืนตั๋ว B/E ที่จะครบกำหนดในเดือนส.ค.60 มูลค่า 600 ล้านบาทไว้เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าบริษัทไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E กับเจ้าหนี้รายใด นอกจากนี้ยังไม่มีแผนเพิ่มทุนแต่อย่างใด

ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่า จากการที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาจะส่งผลให้อัพไซด์เปิดกว้างขึ้นถึง 19.08% เนื่องจากราคาเป้าหมายของ MTLS อยู่ที่ 39 บาท และมีค่า PER เพียง 30 เท่า ส่วน PBV 7.66 เท่า ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี จึงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม

ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังปี 60 ผลการดำเนินงานของ MTLS มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าครึ่งแรกปี 60 และได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นเป็นแตะ 2.35 พันล้านบาท จากเดิม 2.28 พันล้านบาท

 

โดย นายชูชาติ เพ็ชรอําไพ ประธานกรรมการบริหาร MTLS เปิดเผยถึงข่าวลือว่า บริษัทอาจจะผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว B/E และจะเพิ่มทุนว่า บริษัทมีตั๋ว B/E ที่จะครบกำหนดในเดือนส.ค.60 ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้บริษัทได้เตรียมวงเงินไว้เพียงพอสำหรับการจ่ายชำระคืนตัว B/E แล้ว ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยผิดนัดชำระหนี ต่อเจ้าหนี้รายใดและมีฐานะทางการเงินทีมันคง นอกจากนี้สถาบัน การเงินชั้นนำของประเทศให้ความไว้วางใจ และพร้อมให้การสนับสนุนในการดำเนินงาน

ส่วนข่าวลือในเรื่องการเพิ่มทุนนั้น บริษัทยังไม่มีแผนในการเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเพียง 15% ของกำไรสุทธิ ส่วนทีเหลืออีก 85% เข้าเป็นกําไรสะสมไว้เพื่อขยายกิจการ และมีความเชื่อมันว่า D/E จะไม่ถึง 4 เท่า ณ วันที 30 มิ.ย. 60 อยู่ที 2.9 เท่า จึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด

 

ด้าน นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาหุ้น MTLS ปรับลงมาหนักหลังนักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับตัว B/E ที่จะครบกำหนดชำระราวๆ 6 พันล้านบาท (คิดเป็นประมาณ 20% ของหนี้สินรวม) และความกังวลว่า MTLS จะต้องมีการเพิ่มทุน

ทั้งนี้มองเรื่อง B/E ไม่มีอะไรให้น่ากังวล เพราะ MTLS ยังเหลือวงเงินกู้กับธนาคารมากกว่า 5 พันล้านบาท โดย MTLS มีแผนที่จะลดสัดส่วนเงินกู้ระยะสั้นและไปเพิ่มระยะยาวอยู่แล้ว ดังจะเห็นจากสัดส่วนเงินกู้ระยะยาวเกิน 1 ปี ณ สิ้นงวดไตรมาส 2/60 เพิ่มขึ้นมาที่ 51% จาก 36%

ขณะที่ ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/60 สะท้อนว่า MTLS ดำเนินการจัดการความเสี่ยงด้วยการใช้แหล่งเงินทุนระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่แทนเงินกู้ระยะสั้นที่มีอัตราลอยตัว ซึ่งน่าจะทำให้สัดส่วนเงินกู้ระยะสั้นน่าจะลดต่ำลงเรื่อยๆ และด้วยขนาดของสินเชื่อที่ใหญ่กว่า 2.8 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลาไถ่ถอนเฉลี่ย 1 – 1.5 ปี ทั้งหมดจึงทำให้ MTLS ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องและการชำระหนี้ตัว B/E

ส่วนประเด็นการเพิ่มทุน MTLS ไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนใน 2 ปีนี้ เนื่องจากด้วยโครงสร้างเงินทุนในปัจจุบันบริษัทก็มีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยปีละ 43% อยู่แล้ว นอกจากนี้เมื่อไปดูสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนยังอยู่ในระดับต่ำ 2.88 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าระดับนโยบายของบริษัทที่ต้องการควบคุมอัตราส่วนไม่ให้เกิน 4 เท่า เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ MTLS ต้องทำการเพิ่มทุน

ทั้งนี้ระดับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ถือว่ามี Valuation ที่น่าสนใจมาก PER เพียง 30 เท่า PBV 7.66 เท่า ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่มูลค่าพื้นฐานปัจจุบันอยู่ที่ 39 บาท มี Upside เปิดกว้าง เป็นโอกาสในการเข้าเก็บสะสม

 

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จุดเด่นข้อหนึ่งของ MTLS คือ การบริหารพนักงานให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่ง ดูได้จากตัวเลขยอดสินเชื่อใหม่ต่อพนักงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ตัวเลข NPL ปรับเพิ่มขึ้นน้อยมาก ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่บริษัทมีนโยบายให้พนักงานเข้าเยี่ยมลูกค้าก่อนที่ลูกค้ามีปัญหา

นอกจากนี้ยังคงเน้นจุดขายการอนุมัติสินเชื่อที่รวมเร็วและดอกเบี้ยต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ MTLS ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้ ในขณะที่คู่แข่งหน้าใหม่ๆเข้ามาในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ช่วงไตรมาส 2/60 NPL Ratio จะเร่งตัวขึ้นจากช่วงไตรมาส 1/60 ซึ่งอยู่ที่ 1.09% เพิ่มขึ้นเป็น 1.18% เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ส่วนบุคคล (รถเก๋ง) ซึ่ง Port รถยนต์ส่วนบุคคลมีเพียง 3.28% ของ Port สินเชื่อรวม

ประกอบกับทางบริษัทได้ปรับหลักเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ส่วนบุคคลให้เข้มงวดมากขึ้นโดยเริ่มในช่วงไตรมาส 3/60 ทำให้มองว่าปัญหา NPL ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ที่น่ากังวลนัก อย่างไรก็ตามได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ NPL Ratio จาก 1.2% เป็น 1.4% หลังจากที่ครึ่งปีแรกปี 60 ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 60 ของ MTLS ขึ้น 3% จากเดิมที่ 2,282 ล้าน เป็น 2,354 ล้าน (EPS 1.11) โดยมองว่าในครึ่งหลังปี 60 กำไรจากมากกว่าครึ่งแรกปี 60 โดยแรงขับหลักมาจาก New Loans ที่คาดไว้ที่ 55,000 ล้าน (ครึ่งแรกปี 60 ทำได้ที่ 26,000 ล้าน)

รวมถึงการประหยัดจากขนาดเนื่องจากสาขาที่เปิดปี 59 จำนวน 724 สาขา สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจะเริ่มสร้างรายได้ได้เต็มปี ในขณะที่ OPEX ปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก โดยคาด Cost to Income ที่ 41%

ขณะเดียวกันได้เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ซื้อเก็งกำไร” เป็น “ซื้อ” โดยคาดว่ากำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 35% ไป 2-3 ปี ข้างหน้า และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 60 จาก 37.50 บาท เป็น 39 อิง PEG ที่ 1 เท่า

 

ขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กนง.คงดอกเบียที่ 1.50% โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ 6:0 มองอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมองค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่าภูมิภาคจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูง และเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำต่อไป ซึ่งบล.ธนชาต มองแรงกดดันเงินเฟ้อต่ำจะส่งผลให้ดอกเบี้ยขึ้นช้าเป็นผลดีต่อ Leasing อย่าง MTLS