TISCO ส่งทริกเกอร์หุ้นไทยเข้าเป้า 3 กองในรอบ 1 สัปดาห์

TISCO ส่งทริกเกอร์หุ้นไทยเข้าเป้า 3 กองทุนในรอบ 1 สัปดาห์ มองหุ้นไทยยังสดใสรับนโยบายรัฐหนุนศก.

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ ส่งทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทย 3 กองทุนถึงเป้าหมาย ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย.60 คือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #24 (TISEQT24) ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งเมื่อปีที่แล้ว ถึงเป้าหมายเมื่อวันที่ 29 ส.ค.60

รวมทั้งกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #18  (TISEQT18) ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งในปี 58 ถึงเป้าหมายเมื่อวันที่ 30 ส.ค.60 และกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #17 (TISEQT17) ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งในปี 57 และถึงเป้าหมายเมื่อวันที่ 1 ก.ย.60 ทำให้ทั้งสามกองทุนเข้าเงื่อนไขเลิกโครงการ

โดยในปี 60 บลจ.ทิสโก้สามารถบริหารกองทุนถึงเป้าหมายแล้ว 7 กองทุน โดยถึงเป้าหมายภายในกำหนดเวลาการลงทุน 4 กองทุนและถึงเป้าหมายนอกกำหนดเวลาการลงทุน 3 กองทุน ในจำนวนนี้เป็นทริกเกอร์ฟันด์จัดตั้งในปี 2560 ทั้งสิ้น 3 กองทุนและถึงเป้าหมายในกำหนดเวลาการลงทุนทั้งหมด

ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 51 ถึงปัจจุบัน บลจ.ทิสโก้บริหารทริกเกอร์ฟันด์ถึงเป้าหมายและเลิกโครงการแล้ว 84 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนที่ถึงเป้าหมายภายในกำหนดเวลาการลงทุน 67 กองทุน ถึงเป้าหมายนอกกำหนดเวลาการลงทุน 17 กองทุน จากจำนวนทริกเกอร์ฟันด์ภายใต้การจัดการทั้งหมด 119 กองทุน สำหรับกองทุนที่ยังไม่ถึงเป้าหมายนั้นยังอยู่ในระหว่างลงทุนเกินกว่ากำหนดเวลาการลงทุน 16 กองทุนและไม่ถึงเป้าหมายและเลิกกองทุนแล้ว 19 กองทุน

“สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นสวนทางตลาดอื่นในภูมิภาค สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนมั่นใจในการเติบโตและเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว หลังรัฐบาลได้ออกมาตรการหนุนเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเห็นได้จากเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการประชารัฐสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยวงเงิน 46,000 ล้านบาท จากมาตรการนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนให้ฟื้นตัวดีต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 4″นายสาห์รัช กล่าว

นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวดีขึ้น แม้จะเป็นการฟื้นตัวจากส่งออก และ ท่องเที่ยว แต่แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณบวก หลังจากรายงานตัวเลขนำเข้าสินค้าเพื่อการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงนักลงทุนคลายความกังวลต่อปัจจัยการเมือง และมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อทิศทางการเลือกตั้งในปี 2561 ส่งผลให้หุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นรับกับตัวเลขเศรษฐกิจที่เติบโตในครั้งนี้