NOK รอดตาย แต่อย่าถามกำไร

เงินสดจากการเพิ่มทุนครั้งที่สอง 1.69 พันล้านบาท บวกกับเงินสดเดิมจากการเพิ่มทุนครั้งแรก คืนชีพ 1.22 พันล้านบาท จะทำให้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK หายป่วยจริงหรือไม่


แฉทุกวันทันเกมหุ้น

เงินสดจากการเพิ่มทุนครั้งที่สอง 1.69 พันล้านบาท บวกกับเงินสดเดิมจากการเพิ่มทุนครั้งแรก คืนชีพ 1.22 พันล้านบาท จะทำให้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK หายป่วยจริงหรือไม่

คำตอบ คือ ยัง เพราะเงินที่ได้ไปนี้ แค่ทำให้อาการป่วยพะงาบในห้องไอซียู.ของบริษัทนี้ ดีขึ้น สามารถออกมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยปกติเท่านั้นเอง ยังต้องเยียวยากันอีกหลายยก ซึ่งยากจะตอบได้ว่า จะทำให้หายป่วยเด็ดขาด จริงหรือไม่

เหตุผลก็เพราะตัวเลขการขาดทุนที่แสดงอาการ “เลือดไหลยังไม่ยอมหยุด” ครึ่งแรกปีนี้ ที่ขาดทุนสุทธิไปแล้ว 945.26 ล้านบาท ส่งผลต่อตัวเลขส่วนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มมาครั้งแรกในราคาหุ้นละ 2.40 บาท เมื่อเดือนพฤษภาคม หมาดๆ ทำท่าจะหมดเกลี้ยง หากสถานการณ์ไตรมาสสาม (ช่วงโลว์ซีซั่นที่สุดของปี) เลวร้ายกว่าเดิม หรือเท่าเดิม อันเป็นต้นเหตุของการเพิ่มทุนครั้งที่สองในราคาต่ำกว่าเดิมแค่ 1.50 บาท

แม้ว่าการเพิ่มทุนครั้งที่สอง จะประสบความสำเร็จทำให้ผู้บริหารสามารถออกมาตีขลุมว่า เป็นผลงานของตนเอง แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า ไม่ได้น่าภาคภูมิใจอะไรนัก เพราะยังมีภาระรออยู่มากมายข้างหน้าที่หนักอึ้ง

​นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NOK เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตั้งแต่วันที่ 16-20 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจล้นหลาม ส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าซื้อเกินกว่า 2 เท่าของหุ้นที่เปิดขายทั้งหมด โดย NOK ได้รับเงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ 1,703,999,823 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายรวม 8,902,250 บาท จึงเหลือรับเงินสุทธิ 1,695,097,573 บาท

ความน่าสนใจตรงที่การซื้อหุ้นแรงนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นใน NOK โดยใช้เงินประมาณ 380 ล้านบาท เนื่องจากมีเหตุผลอ้างว่า แผนฟื้นฟูกิจการของ NOK มีความชัดเจนแล้ว….เป็นการฉลาดซื้ออย่างยิ่ง เพราะยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว

นายปิยะ ระบุว่า NOK จะนำเงินจากการเพิ่มทุนดังกล่าวไปใช้ในกิจการเพื่อการดำเนินงาน เช่น เงินทุนหมุนเวียน การปรับปรุงฝูงบิน รองรับการขยายตัวของเส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้นไปยังประเทศจีนและเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท ทั้งด้านการดำเนินงานและด้านเงินทุน

เป้าหมายการใช้เงินดังกล่าว ฟังแล้วดูหรู หากไม่คิดถึงข้อเท็จจริงว่า การเพิ่มทุน 2 ครั้งใน 1 ปีของ NOK เกิดจากการขาดทุนที่รุนแรงต่อเนื่องหลายปีซ้อนจากการแข่งขันในธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของ NOK ร่อยหรอ และขาดสภาพคล่องทางการเงิน ที่ส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่หลายด้าน

โจทย์ที่ท้าทายสำหรับ NOK สองปีมานี้คือการค้นหาว่า อะไรทำให้ความสามารถในการแข่งขันย่ำแย่ลง เพราะแม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นโดดเด่น แต่กำไรกลับวิ่งสวนทางกัน (ไม่นับปัญหาเรื่องความล่าช้าในการเดินทางของเที่ยวบิน จนกลายเป็นตราประทับเชิงลบที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน) ระหว่างความสามารถที่ด้อยกว่าของผู้บริหารบริษัท หรือ เพราะระบบการจัดการที่ล้มเหลว

ท้ายสุด เป้าหมายที่กลายเป็นแรงกดดัน พุ่งไปที่นายพาที สารสิน ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดมาตั้งแต่เริ่มต้น และยังเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นสำคัญด้วยผลลัพธ์ของแรงกดดัน ที่มีตัวอย่างรูปธรรมคือการที่ THAI ถือหุ้นใหญ่ของ NOK ในสัดส่วน 39.2% ไม่ได้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ 245 ล้านหุ้น ด้วยเหตุผลว่า ไม่แฮปปี้ที่ NOK ไม่ยอมส่งแผนธุรกิจอนาคตมาให้ และ THAI ไม่ได้มีเงินให้ล้างผลาญเหมือนเดิม และผู้ถือหุ้นรายใหญ่อื่นๆ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และนายพาที สารสิน ก็ไม่ยอมใช้สิทธิ์ด้วย ทำให้ขายเพิ่มทุนครั้งแรกได้ไม่หมด ได้แค่ 510,999,882 หุ้น…เหลือขายเพราะไม่มีใครเอาอีก 114,000,118 หุ้น ทำให้บริษัทได้เงินสุทธิจำนวนแค่ 1,224.62 ล้านบาท

ผลลัพธ์ของการเพิ่มทุนครั้งแรกนั้น…เปิดทางให้กลุ่ม “จุฬางกูร” รุกคืบเข้าถือหุ้นใหญ่รวม 28.93% รับทุกขลาภ แบบเนื้อๆ เพราะต้องขาดทุนเห็นๆ จากการที่ต้องถูก “หักคอ” มาซื้อหุ้นเพิ่มทุนรอบล่าสุดที่ราคาแค่ 1.50 บาท อย่างชีช้ำ และพูดไม่ออก ความจำเป็นต้องเพิ่มทุนรอบ 2 เพื่อเอาตัวให้รอด ทำให้ NOK ต้องเลือกเอาการ “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต” ด้วยการที่ประธานกรรมการ นายสมใจนึก เองตระกูล และซีอีโอ นายพาที สารสิน ต้องลุกจากเก้าอี้ที่นั่งกันมายาวนาน เปิดทางให้คนใหม่มานั่งแทน ตามสูตรง่ายๆ ของทฤษฎี “แพะรับบาป” ที่ว่า …หากมีใครที่เป็นตัวซวยออกไปจากองค์กรแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นในฉับพลัน…ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือผิด แต่ก็ทำให้ทางตันถูกผ่าไปได้ฉลุย

เพียงแต่ว่า การเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ที่ผ่านไปได้ด้วยดีตามเป้า ไม่ได้หมายความว่า NOK จะพ้นจากภาวะ “ขาดทุนยั่งยืน” กลับมาทำกำไรระลอกใหม่สวยสดงดงาม เพราะอุปสรรคขวากหนามที่ขวางหน้าไม่ใช่เล็กน้อย

เป็นที่ยอมรับกันว่า คำพูดก่อนการเพิ่มทุนรอบ 2 จะบรรลุของ ร.อ.มนตรี จำเรียง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืนของ THAI ออกมาพูดชนิดคาดเดา “ล่วงหน้า” ว่า NOK จะต้องมีการเพิ่มทุนรอบที่ 3 ให้กับพันธมิตรต่างประเทศ เพราะการมีพันธมิตรจะช่วยให้สายการบินมีความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันกับรายอื่นได้…ยังไม่มีใครหน้าไหนใน NOK ออกมาปฏิเสธ

การเพิ่มทุนเพราะฐานะการเงินฝืดเคืองถึงขั้น “หน้ามืด เข้าตาจน” ของ NOK ผ่านไปแล้ว รอวันเพิ่มทุนขาย PP อีกรอบหนึ่ง ถ้าหากมองแบบ “โลกสวย” ว่าจะสามารถขายได้ราคาดีกว่าหุ้นละ 1.50 บาท ก็น่าจะทำให้อนาคต NOK พ้นจากปากเหวได้ไกลขึ้น

คำถามว่า สถานการณ์ใหม่เช่นนี้ ควรจะเข้าซื้อหุ้น NOK ที่ล่าสุดราคาอยู่แถว…3.42 บาทดีหรือไม่ และได้หรือยัง….คำตอบคือ หากคิดจากบุ๊คแวลูที่สิ้นไตรมาสสองล่าสุดอยู่ที่ 0.46 บาท และมีโอกาสที่จะต่ำลงอีกหลังงบไตรมาสสามออกมา แล้วมีขาดทุนสุทธิมากกว่า 400 ล้านบาท ตามมาด้วยหุ้นใหม่ที่จะเข้าเทรดอีกเท่าตัว ก็อาจจะต้องบอกว่า…น่าจะมีถูกกว่าได้อีก

อย่าได้ถามต่ออีกเลยว่า รอซื้อแถว 2.00 บาท จะดีกว่ามั้ย….เพราะ โนคอมเมนต์….พ่ะย่ะค่ะ

ไม่ใช่เซียน ตอบไม่ได้หรอก

อิ อิ อิ….

Back to top button