ลงถ้วนหน้า

*หากมองกันตามสูตรลงทุนแบบพื้นๆ ทั่วไปไม่มีอะไรมาก “โมนิก้า” ต้องบอกให้แฟนคลับได้รู้ถึงสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังเป็นลักษณะ “คาบลูก คาบดอก” สามารถออกได้ทั้งด้านบวก และด้านลบ เพราะยังไม่มีตัวแปรใหม่ที่ทำให้ตลาดหุ้นทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักเล่นกลุ่มสถาบันดักขายหุ้นเมื่อยกตัวสูงขึ้นเป็นประจำ ภาพของการลงทุนเลยดูอึดอัดชอบกลไงล่ะค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากมองกันตามสูตรลงทุนแบบพื้นๆ ทั่วไปไม่มีอะไรมาก “โมนิก้า” ต้องบอกให้แฟนคลับได้รู้ถึงสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังเป็นลักษณะ “คาบลูก คาบดอก” สามารถออกได้ทั้งด้านบวก และด้านลบ เพราะยังไม่มีตัวแปรใหม่ที่ทำให้ตลาดหุ้นทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักเล่นกลุ่มสถาบันดักขายหุ้นเมื่อยกตัวสูงขึ้นเป็นประจำ ภาพของการลงทุนเลยดูอึดอัดชอบกลไงล่ะค่ะ

*งานนี้ถ้าว่ากันตามความเป็นจริง ก็คงไม่มีอะไรต้องคิดมาก หรือมีเรื่องอะไรให้ปวดสมอง เพราะทุกอย่างยังดำเนินไปในทางที่ควรจะเป็น..ในเมื่อตลาดหุ้นขาดแรงส่ง แถมแรงขายก็มีประปราย ดัชนีก็ควรย่ำฐานอีกสักรอบสองรอบ เพื่อทำให้ฐานแนวรับมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม “โมนิก้า” ถึงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายใน และภายนอกนะจะบอกให้

*เมื่อเข้าใจรูปการณ์ทุกอย่างแบบทะลุปรุโปร่ง “โมนิก้า” ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 1,697.39 จุด ลบไป 7.94 จุด ด้วยมูลค่า 6.51 หมื่นล้านบาท เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า มันมาจากอิทธิพลตลาดหุ้นต่างประเทศ บวกกับนักลงทุนสถาบันมีอาการนอยด์นิดๆ จึงไม่มีความจำเป็นต้องนอนกอดหุ้นต่อไป และหันมาเลือกใช้วิธี “ขายบน ซื้อล่าง” พะยะค่ะ

*เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ TKN มองในมุมของม้าแก่ชำนาญย่อมรู้ได้ทันทีว่า เหตุการณ์ไม่ปกติอย่างแน่นอน หุ้นถึงไหลลงแบบไม่มีหูรูดอีกครั้ง จนสุดท้ายลงมากองอยู่ที่ 20.60 บาท ลบไป 0.20 บาท ด้วยมูลค่า 471 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นความเสี่ยงของคนที่จะเข้าไปรอช้อนบริเวณแนวรับ 20 บาท เพราะเที่ยวก่อนเคยลงไปถึง 19 บาทแล้วค่อยเด้งขึ้นไปแถว 27 บาท ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 3 เดือนนะคะ

*ช็อตดังกล่าวคล้ายคลึงกับ THCOM เด้งขึ้นจากระดับ 11.70 บาท พร้อมกับขึ้นไปแตะระดับ 13.30 บาท ต่อจากนั้นก็โดนเทอย่างหนักหน่วง จนวานนี้กลับลงมายืนที่บริเวณ 12.70 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 1.55% ด้วยมูลค่า 47 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จึงไม่มีใครกล้าทำตัวเป็นชาวไล่เหมือนก่อนหน้านี้ไงล่ะค่ะ

*สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ DTAC ถูกรินออกมาเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นจุดเด้งอยู่ตรงบริเวณไหน? ซึ่งเป็นผลมาจากความชัดเจนเกี่ยวกับการทำธุรกิจในอนาคตยังคงคลุมเครือ บวกกับวันนี้หุ้นเทรดบนค่า P/E 62 เท่า “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องนี้เป็นภาพที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง หลังเห็นราคาหุ้นยืนปิดอยู่ที่ 42.25 บาท ลบไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่า 251 ล้านบาท โดยสัญญาณเทคนิคทุกตัวหัวปักลงแบบนี้..ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า..อิอิอิ

*ส่วนในรายของ SPCG เดี๊ยนไม่ได้กวาดสายตาดูมาตั้งนาน มาเห็นอีกทีตอนราคาหุ้นไหลลงต่อเนื่อง จากหุ้นที่เคยยืนอยู่แถว 25 บาท วานนี้ลงยืนบริเวณ 21.50 บาท ลบไป 1.10 บาท หรือลงไป 4.90% ด้วยมูลค่า 146 ล้านบาท พร้อมกับหลุดเส้นแนวรับ 200 วันที่บริเวณ 21.80 บาท ด้วยการปิดจุดต่ำสุดของวัน “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นต้องเริ่มอ่านเกมอีกครั้งว่า หุ้นจะลงไปแถว 20 บาทไหมจ๊ะ

*สำหรับรายที่เอาไม่อยู่จริงๆ “โมนิก้า” ขอโฟกัสไปที่หุ้น TPIPL หลังหุ้นแสดงอาการ double bottom และเตรียมทำจุดต่ำสุดใหม่ให้เห็นคาตาแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สู้ดีอย่างแน่นอน เพราะเมื่อมองในแง่สัญญาณเทคนิคมันบอกให้รู้ว่า ไม่มีคนเข้ามารับหุ้น และมีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะลงต่อ อีกทั้งการไหลลงมายืนปิดที่ 2.08 บาท ด้วยวอลุ่มแบบแห้งๆ มันหมายความว่า หมดสตอรี่แล้วหรือเปล่า? ลองไปตีความกันเอาเองนะคะ

*เหมือนกับในรายของ TTCL ทำท่าจะไปได้สวยก่อนหน้านี้ พอเอาเข้าจริงกลับไม่เป็นโล้เป็นพาย แรงเทขายไหลออกมาไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายลงมาปิดที่ 17.90 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 3.80% ทั้งที่ก่อนหน้านี้ขึ้นไปแตะที่บริเวณ 21 บาท ส่วนตอนนี้มีแนวโน้มไหลลงมายืนที่ 15.50 บาท “โมนิก้า” มองเป็นสถานการณ์ที่บีบคั้นใจผู้เล่นมากพอสมควรว่า กล้าเข้าไปช้อนหรือเปล่า?

*บทเรียนเรื่องนี้ดูได้จากอาการของหุ้น MBK ทะยานขึ้นอย่างกับดาวรุ่งพุ่งแรงของตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนครึ่ง แต่หลังจากนั้นอีกครึ่งเดือนก็กลายเป็นดาวร่วงในช่วงพริบตาเดียว มันเป็นเรื่องที่บอกให้รู้ว่า การเคาะสั้นดีกว่าเคาะยาว ขนาดมีพื้นฐานรองรับยังเป๋ได้ขนาดนี้ “โมนิก้า” ถึงมองว่า หุ้นมีโอกาสลงมาทดสอบแนวรับ 17.20 บาทในไม่ช้า หลังหุ้นรูดทะลุเส้นแนวรับ 75 วันลงมาปิดที่ 19.10 บาท ลบไป 0.20 บาท ด้วยมูลค่า 200 ล้านบาทแล้วนะซี

*อีกหนึ่งรายที่ชอบพาคนไปเที่ยวดอยเป็นประจำ “โมนิก้า” ต้องโฟกัสไปที่หุ้น AU หลังมีการให้แวลูแบบโอเวอร์รีแอคเป็นประจำ บวกกับมีพวกเข้าองค์ทรงเจ้าคอยนำทางตลอดเวลา หุ้นถึงพุ่งขึ้นแรงท่ามกลางค่า P/E 83 เท่าแบบไม่แคร์สังคมกันเลย เดี๊ยนถึงต้องถามย้ำอีกครั้งว่า การอ่อนตัวลงมาปิดที่ 11.90 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 2.50% ใช่จุดพวกแวลูต้องลุยไหมเอ่ย?

Back to top button