ผิดหวัง..แต่ไม่หมดหวัง

*หากวิเคราะห์ความเป็นไปของดัชนีจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ “โมนิก้า” บอกได้ทันทีว่า ดัชนีลงมาพอสมควรแล้วก็จริง หากจะไหลลงต่อ ก็คงรูดลงอีกไม่เกิน 10-15 จุด เพราะรอบก่อนก็มีแรงซื้อไหลกลับเข้ามาช้อนตรงบริเวณ 1,750 จุด จนกลายเป็นตัวค้ำยันไม่ให้ดัชนีอ่อนตัวลงไปลึกกว่าที่เป็นอยู่ “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า ควรแก่การทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต เพื่อเพิ่มรอบการทำกำไรได้อย่างถนัดถนี่ไงล่ะคะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากวิเคราะห์ความเป็นไปของดัชนีจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ “โมนิก้า” บอกได้ทันทีว่า ดัชนีลงมาพอสมควรแล้วก็จริง หากจะไหลลงต่อ ก็คงรูดลงอีกไม่เกิน 10-15 จุด เพราะรอบก่อนก็มีแรงซื้อไหลกลับเข้ามาช้อนตรงบริเวณ 1,750 จุด จนกลายเป็นตัวค้ำยันไม่ให้ดัชนีอ่อนตัวลงไปลึกกว่าที่เป็นอยู่ “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า ควรแก่การทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต เพื่อเพิ่มรอบการทำกำไรได้อย่างถนัดถนี่ไงล่ะคะ

*ข้อมูลเหล่านี้เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ “โมนิก้า” พร่ำบอกแฟนคลับไม่ขาดปาก และยังคงยืนหยัดในการทำหน้าที่คนส่งสาร เพื่อทุกคนจะได้ร่วมกันคิดหาหนทางที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด เพราะข้อมูลที่ออกมาจากปากผู้รู้หลายท่านพูดตรงกันว่า ครึ่งเดือนแรกหุ้นจะตกหนัก! ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าลงทุนในหุ้นที่ใช้เวลานานในการเก็บเกี่ยวดอกผลนะเจ้าคะ

*ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้สาวน้อยผู้น่ารักอย่าง “โมนิก้า” ต้องออกมาเม้าท์มอยเรื่องชาวบ้านเพื่อทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่..มองไปทางไหน ก็เห็นแต่สีแดงเยอะแยะเต็มไปหมด มันไม่จรรโลงจิตใจเสียเลย วันนี้เลยถือโอกาสพูดถึงเฉพาะหุ้นที่ทำให้แฟนคลับผิดหวังไม่กี่ตัว ต่อจากนั้นค่อยเม้าท์ถึงหุ้นที่คาดว่าจะเป็นทางเลือกให้กับแฟนคลับดีกว่านะคะ

*โดยเฉพาะในรายของ PACE มีการปล่อยข่าวลือเรื่องนั้น เรื่องนี้เยอะแยะเต็มไปหมด จนไม่รู้ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องจริง ? บวกกับก่อนหน้านี้มีคนติดหุ้นราคาสูงเป็นจำนวนมาก เมื่อสบช่องได้โอกาสเลยสาดหุ้นหนีตายออกมาไม่เลี้ยง วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงไปถึง 0.33 บาท ก่อนจะเด้งขึ้นมายืนปิดที่ 0.44 บาท บวกไป 0.01 บาท หรือลงไป 2.33% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 109 ล้านบาท มันเป็นภาพสะเทือนใจอย่างร้ายแรงน่ะซี

*เช่นเดียวกับหุ้น HFT ถือเป็นหุ้นที่ “ฟอร์มดี ฟอร์มสด” ตัวหนึ่งของตลาดหุ้น เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเหมือนที่คาดหวัง ทำให้หุ้นตกอยู่ในสถานการณ์ถูก “ทุบลงยาว” ซึ่งเป็นเกมที่นักลงทุนรายใหญ่ค่อนข้างถนัด และเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับพวกที่อ่อนพรรษา “โมนิก้า” จึงขอละไว้ในความเข้าใจ หลังหุ้นรูดลงมาปิดที่ 3.28 บาท ลบไป 0.38 บาท หรือลงไป 10.40% มันคุ้มกับสิ่งที่ได้รับจริงเหรอ ?

*ผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ BEM เพราะรายนี้ผ่านการทดสอบแรงเทขายมาหนึ่งรอบ และแพทเทิร์นของหุ้นก็อยู่ในช่วงของการกลับตัว “โมนิก้า” ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย และรอบนี้สามารถมองเป้าด้านบนได้ถึง 8.20 บาท ขณะที่ราคาล่าสุดยืนอยู่ 7.75 บาท ลบไป 0.05 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 300 ล้านบาท มันเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องกล้าสวนบ้างนะคะ

*เหมือนกับในรายของ HANA พอทุกอย่างเคลียร์ครบจนจบกระบวนการ หุ้นก็ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมยังมีสถิติเกี่ยวกับการทำ Triple Top ไว้ที่บริเวณ 37 บาท ก่อนหุ้นจะวิ่งขึ้นมาปิดที่ 37 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 562 ล้านบาท “โมนิก้า” ถึงอยากมองฐานเก่าที่เคยทำไว้ที่บริเวณ 40 บาท เพราะมันเป็นจุดที่หุ้นควรจะอยู่น่ะซี

*ไซเคิลดังกล่าวคล้ายกับ PRM ก่อนหน้านี้หุ้นมาด้วยความเชื่อที่ว่า ผลงานในปี 2561 จะดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีแรงซื้อเข้ามารับหุ้นเมื่ออ่อนตัวลงมาเป็นระยะ แต่สุดท้ายยังไม่สามารถถีบตัวขึ้นได้สักที จนวานนี้เห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ 8.95 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 4% “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะลุ้นให้หุ้นเด้งขึ้นไปทดสอบ 9.50 บาทอีกครั้ง จึงอยากให้แฟนคลับขาลุยลองรับไว้พิจารณา อย่างน้อยก็มีพื้นฐานรองรับนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ ANAN หากมองตามเนื้อผ้าของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถือเป็นหุ้นที่อยู่ในข่ายน่าเล่นสั้นตัวหนึ่งในตลาดหุ้น เพราะแรงเทขายค่อนข้างสะเด็ดน้ำ และคงไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงไปกว่านี้อีกแล้ว เดี๊ยนถึงมองการเด้งขึ้นมาปิดที่ 3.96 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 133 ล้านบาท น่าจะเป็นการตีกลับในแบบ U-Shape นะจะบอกให้

*อีกหนึ่งรายที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาดในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานก็คือ SGP เพราะเป็นหุ้นสุดรักสุดสวาทของ “โมนิก้า” รายล่าสุดมาระยะหนึ่ง และเหตุผลที่เชื่อมั่นในหุ้นตัวนี้มาจากผลงานเป็นที่ประจักษ์ และในปี 2561 ตัวเลขกำไรน่าจะโดดเด่นไม่แพ้กับปีก่อน ๆ ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดลงยืนอยู่ที่ 27.25 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 6.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 586 ล้านบาท จึงเป็นจังหวะของการสะสมหุ้นเพื่อรอเวลาเด้งกลับขึ้นไปหายอดเดิม 32 บาทไงล่ะคะ

*สุดท้ายคำตอบที่ทำให้ดัชนีรูดลงจากระดับ 1,797 จุด ลงมายืนแถว 1,760.25 จุด โดยใช้เวลาแค่ 3 วันทำการ น่าจะเกิดจากผู้เล่นหลักไม่ค่อยแฮปปี้กับสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทย จึงทำการปรับพอร์ตให้กระชับขึ้นกว่าเดิม..ทราบแล้วบอกต่อด้วยนะคะ

Back to top button