กทท.เล็งคลอด TOR “ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3” ต.ค.นี้ ลุ้นเปิดยื่นซองปลายปี 61

กทท.เล็งคลอด TOR “ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3” มูลค่าโครงการ 1.1 แสนลบ. ต.ค.นี้ คาดเปิดยื่นซองปลายปี 61 ถึงต้นปี 62

ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ท่าเรือแหลมฉบังจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ครั้งที่ 4 โครงการศึกษาทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มูลค่าประมาณ 1.1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้เพื่อให้การรับรองการขนส่งตู้สินค้าผ่านทางรถไฟ และเพิ่มระบบจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมและจะรวบรวมเพื่อนำไปจัดทำร่างหลักเกณฑ์เงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) จากนั้นจะนำข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(กนศ.หรือ คณะกรรมการอีอีซี) และจึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณา

ขณะเดียวกัน ทางท่าเรือแหลมฉบังเตรียมนำข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ที่ให้แก้ไขครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA)จะส่งในเดือนต.ค.นี้ด้วย

โดยหลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มขายเอกสารเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน เบื้องต้นคาดว่าจะขายได้ในเดือนต.ค.นี้ และให้ระยะเวลาแก่เอกชน 3 เดือน และยื่นเสนอโครงการประมาณปลายปี หรือ ธ.ค.61 หรือต้นปี 62 โดยกทท.จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และอีก 6 หมื่นล้านบาทเอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี  ทั้งนี้คาดว่าลงนามกับเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกไม่เกินต้นเดือนมี.ค.62 และสร้างแล้วเสร็จในปี 66

สำหรับการจัด Market Sounding ครั้งที่ 4 ได้มีเอกชนเข้ามาเพิ่ม โดยเอกชนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มกิจการค้า หรือกลุ่มร่วมทุน ขณะนี้มีประมาณ กว่า 10 กลุ่ม โดยเป็นเอกชนทั้งจากไทย และต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง ฮ่องกง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอกชนรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจเดินเรือ

ทั้งนี้การขยายท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 จะสามารถรองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้เพิ่มอีกประมาณ 7 ล้านทีอียูต่อปี จากปัจจุบัน ท่าเรือแหลมฉบังรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ 10.8 ล้านทีอียูต่อปี