สังคมข่าวหุ้น

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,721.82 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 24.90 จุด พ่วงด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 4.6 หมื่นล้านบาท

นิวส์เวฟ

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,721.82 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 24.90 จุด พ่วงด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 4.6 หมื่นล้านบาท

* หนึ่งในหุ้นที่หลายคนเฝ้าสงสัยว่า CPALL งบไตรมาส 3 จะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร ล่าสุดได้มีโบรกฯ ประเมินออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะมีกำไรสุทธิประมาณ 4.8 พันล้านบาท เท่ากับลดลง 3% จากช่วงปีก่อน และเพิ่มขึ้นเพียง 1% จากงวดไตรมาส 2/61 ที่ผ่านมา ถ้าพูดกันแบบยอมรับความจริงนั่นคือ งบ CPALL ยังไม่ฟื้นตัวนั่นแหละ ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้กำไรไม่เห็นการฟื้นตัว เป็นผลมาจากต้องเผชิญทั้งช่วงฤดูฝน รวมถึงแคมเปญแสตมป์เซเว่น ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในงวดปีนี้ ไม่ได้รับความนิยมระดับสูงเหมือนในอดีต และผลการดำเนินงานของ MAKRO (ปัจจุบัน CPALL ถือหุ้นอยู่ 38%) มีกำไรประมาณ 1.3 พันล้านบาท ยังคงลดลงจากปีก่อนเช่นกัน

* ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสถานการณ์โดยรวมของ CPALL แล้วยังไม่กลับมาเติบโตได้อีกครั้งเหมือนที่หลายคนหวังไว้ แม้ภาพรวมนักวิเคราะห์แทบทุกสำนักจะการันตีด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 85 บาท และบางแห่งให้สูงถึง 90 บาท แต่กลับไม่ใช่จังหวะดีจนน่าเข้าเก็บ เพราะข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของหุ้น CPALL คือเป็นหุ้นที่เคลื่อนไหวด้วยแรงซื้อในมือกองทุนไทย-ต่างชาติ และในทางตรงกันข้ามที่เคยดิ่งลงจากระดับเกิน 80 บาท จนปัจจุบันมาต่ำกว่า 70 บาท ก็มาจากแรงขายกองทุนเช่นกัน

* แล้วถ้าหากหุ้น CPALL กลับมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจเข้าซื้อจริง เหตุใดราคาในปัจจุบันถึงได้ติดแหง็กและยืนเหนือ 70 บาท (ยาว ๆ) ไม่ได้เสียที หรือแสดงว่าทางฝั่งของกองทุนยังไม่มั่นใจด้วยเช่นกัน ? นี่ยังไม่รวมกรณีความเสี่ยงงบไตรมาส 3 ที่ไม่รู้ว่าจะออกมาต่ำกว่าตลาดคาดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในงวดไตรมาส 2 อีกด้วยหรือไม่นะ  จึงได้แต่บอกว่า CPALL ในตอนนี้ไม่ใช่จังหวะลงทุนของรายย่อยถึงแม้ราคาหุ้นจะเย้ายวนใจแค่ไหนก็ตาม

* หุ้น JAS ประเด็นที่น่าสนใจล่าสุดคือเมื่อสิ้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาได้มีการใช้สิทธิแปลงสภาพ JAS-W3 อีกจำนวน 65 ล้านหน่วย (อัตรา 1 หุ้นเดิม:1.172 หุ้น) ส่งผลให้เกิดหุ้นสามัญใหม่จำนวน 76 ล้านหุ้น ซึ่งลูกหุ้นใหม่มีกำหนดเข้าเทรดในวันนี้เป็นครั้งแรก จุดน่าคิดก็คือการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งล่าสุด เป็นการเตรียมรอรับข่าวอะไรหรือเปล่า ?? สำหรับ JAS ตอนนี้มีประเด็นที่ค้างคาอยู่นั่นก็คือเมื่อจบงบไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงวดไตรมาสที่มีกำไรโตมหาศาล 3,643 ล้านบาท เพราะได้บันทึกรายการพิเศษขายเงินลงทุน JASIF ร่วม 3 พันล้านบาท แต่ JAS ก็ยังไม่ได้มีการจ่ายปันผลพิเศษตามมาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

* ปกติแล้วไตรมาสไหน JAS มีกำไรโตทะลัก (จากการบุ๊กรายพิเศษครั้งเดียว) ทางบริษัทมักจะจ่ายปันผลตามต่อเนื่องมาในทันที แต่รอบนี้กลับยังไม่มีการปันผลออกมา แล้วล่าสุดมีประเด็นการใช้สิทธิแปลงสภาพ JAS-W3 เพิ่มเติมตามเข้ามา จึงน่าคิดไม่น้อยเช่นกันว่า หรือ JAS กำลังจะจ่ายปันผลรวบยอดทีเดียวหลังจากประกาศงบไตรมาส 3 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีอะไรเป็นเครื่องการันตีความชัดเจนทั้งสิ้น และ JAS ถือเป็นหุ้นที่ไม่เคยมีใครคาดเดาใจได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ควรมองข้ามและต้องจับตาดูกันต่อไป ส่วนทางพื้นฐานงวดไตรมาส 3 ถ้าไม่มีอะไรผิดเพี้ยนกำไรดำเนินงานน่าจะอยู่ในกรอบ 500-600 ล้านบาท ขานรับการเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ที่ขยายตัวได้ดี

* ส่งท้ายด้วยหุ้น HANA รอบ 4 วันทำการล่าสุดราคาหุ้นถอยลงไปแล้วเกือบ 9% ตามแรงขายทำกำไร แต่ถือเป็นจังหวะดีที่น่าเข้าเก็บหุ้นไม่ใช่น้อย เพราะมีปัจจัยบวก 2 เรื่อง 1. ภาพของพื้นฐานบริษัทที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะโตได้ดีตามหน้าซีซั่นของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 2. ล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลถึง 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนสูงถึง 2.6% เมื่อเทียบราคาปิดในกระดาน 37.25 บาท มีมุมบวกซัพพอร์ตหุ้นขนาดนี้เลยขอฝากไว้ให้ลองพิจารณากันดู