สังคมข่าวหุ้น

ตลาดทุนไทยกำลังเร่งเครื่องสู่ยุค “การเงินสีเขียว” อย่างจริงจัง หลัง เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเห็นชอบปรับเกณฑ์รองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond


ตลาดทุนไทยกำลังเร่งเครื่องสู่ยุค “การเงินสีเขียว” อย่างจริงจัง หลัง เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเห็นชอบปรับเกณฑ์รองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond เปิดทางให้ภาคธุรกิจระดมทุนลงทุนในโครงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวตามกรอบ Thailand Taxonomy พร้อมยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้ชัดเจนและเข้มข้นขึ้น หวังเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุนและขยายทางเลือกลงทุนในสินทรัพย์ ESG รุ่นใหม่ โดยภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้ ก.ล.ต. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนผลักดันหลักเกณฑ์ออกใช้อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันในเดือนเมษายนยังเตรียมเปิดเฮียริ่งหลักเกณฑ์ คริปโท ETF สำหรับนักลงทุนรายย่อย คาดเริ่มบังคับใช้ได้ภายในไตรมาส 3/2569 สะท้อนภาพตลาดทุนไทยกำลังเร่งเปิดเกมรุกทั้งฝั่ง Green Finance และ Digital Asset ไปพร้อมกัน

ด้าน บวรรัฐ วนดุรงค์วรรณ กรรมการบริษัท บมจ.ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ หรือ VIH ประกาศเดินหน้าแผนเติบโต 3 ปีเต็มสูบ หลังบริษัทได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ JUMP+ พร้อมวางเป้าหมายดันรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท และ EBITDA ทะลุ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ผ่านการยกระดับเครือโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ทั้ง 4 แห่ง โดยชูกลยุทธ์หลักเร่งขยายศูนย์แพทย์เฉพาะทาง เจาะตลาดโรคซับซ้อนมาร์จิ้นสูง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์โรคหัวใจ สมอง กระดูก และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ควบคู่เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ผู้นำด้าน Preventive Healthcare และนำเทคโนโลยี AI Analytics มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพิ่มประสิทธิภาพบริการแบบเรียลไทม์ หวังยกระดับธุรกิจสู่ Healthcare Ecosystem เต็มรูปแบบในอนาคต

ขณะที่ “ตีรวรรณ” วนดุรงค์วรรณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร VIH ระบุว่า บริษัทเดินหน้ายกระดับธรรมาภิบาลสู่มาตรฐานสากล ตั้งเป้าพัฒนาระบบบริหารควบคุมและป้องกันการฉ้อโกงตามมาตรฐาน ISO 37003 ให้สำเร็จภายในปี 2571 พร้อมวางโรดแมปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วเครือโรงพยาบาล เพื่อผลักดันองค์กรสู่การเป็นกลุ่มโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ฝั่ง วิสิทธิ์ อุดมกิจโชติ ผู้อำนวยการใหญ่โครงการ Happitat ผู้พัฒนา The Hilltop Offices ภายใต้กลุ่มสายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ของ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า หรือ CPAXT เปิดเผยว่า โครงการได้รับกระแสตอบรับแข็งแกร่งเกินคาด หลังเปิดให้เช่าพื้นที่สำนักงานแล้วมียอดจองทะลุเป้า สะท้อนเทรนด์ใหม่ของตลาดสำนักงานที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตพนักงานควบคู่ประสิทธิภาพการทำงาน โดย The Hilltop Offices ถูกพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานพรีเมียมสูง 10 ชั้น พื้นที่กว่า 24,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดผสานธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ และพื้นที่ทำงานเข้าไว้ด้วยกัน หวังปั้น Happitat ขึ้นเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของย่านบางนาในอนาคต

ส่วน บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทปิดโครงการซื้อหุ้นคืนเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 หลังใช้วงเงินรวมกว่า 1,745 ล้านบาท ซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ตจำนวน 83.68 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 1% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อศักยภาพธุรกิจและมูลค่าพื้นฐานหุ้นในระยะยาว โดยจากนี้บริษัทสามารถนำหุ้นซื้อคืนออกจำหน่ายได้ภายหลังครบกำหนด 3 เดือน และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี หากไม่สามารถจำหน่ายได้ครบตามกำหนด อาจต้องใช้แนวทางลดทุนด้วยการตัดหุ้นซื้อคืนทิ้ง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

Back to top button