พาราสาวะถีอรชุน

วันนี้หากยึดตามโรดแม็พด้วยเงื่อนไขแรกจากปากของ วิษณุ เครืองาม ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งประมาณสิงหาคมหรือกันยายนปีหน้า จากนั้นก็จะมีรัฐบาลชุดใหม่ไม่เกินตุลาคม โดยที่แม่น้ำ 5 สายก็จะมีอันแยกย้ายสลายตัว องค์กรที่จะอยู่นานกว่าพวกคือสนช. เพราะต้องรอจนกว่าจะมีการเลือกตั้งส.ว.ให้เสร็จสรรพเรียบร้อย

วันนี้หากยึดตามโรดแม็พด้วยเงื่อนไขแรกจากปากของ วิษณุ เครืองาม ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งประมาณสิงหาคมหรือกันยายนปีหน้า จากนั้นก็จะมีรัฐบาลชุดใหม่ไม่เกินตุลาคม โดยที่แม่น้ำ 5 สายก็จะมีอันแยกย้ายสลายตัว องค์กรที่จะอยู่นานกว่าพวกคือสนช. เพราะต้องรอจนกว่าจะมีการเลือกตั้งส.ว.ให้เสร็จสรรพเรียบร้อย

นี่เป็นเงื่อนไขที่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องผ่านความเห็นชอบของสปช.แล้วนำไปสู่การทำประชามติและได้รับไฟเขียวจากประชาชน แต่หากว่าไม่ผ่านจะด่านไหนก็ตาม โรดแม็พข้างต้นที่เนติบริกรใหญ่ได้ร่ายมาทั้งหมดถือว่าใช้ไม่ได้ เนื่องจากกระบวนการต่างๆ จะเปลี่ยนไป ซึ่งนั่นจะเดินเข้าสูตรการอยู่ต่อของรัฐบาลคสช.ที่ถูกจับตามองว่า เป็นการสืบทอดอำนาจหรือเปล่า

เหมือนเป็นการวางกับดักไว้ล่วงหน้า แต่ถ้ามองโลกในแง่ดีทั้งหมดก็เพื่อที่ผู้ยึดอำนาจต้องการให้แน่ใจว่า หากจะต้องมีการเลือกตั้งและเข้าสู่โหมดการเมืองปกติ ทุกอย่างจะต้องยุติไม่มีความขัดแย้ง ไร้การแบ่งแยกเสื้อสี แต่พิจารณาจากเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแก้ไข โอกาส “เสียของ” นั้นมีอยู่สูงยิ่ง

อีกประการที่สำคัญคือกระบวนการปฏิรูปที่ดำเนินการกันผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปนานนับปี คณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 คณะ ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน จนล่าสุด วันชัย สอนศิริ โฆษกวิปสปช.ต้องออกมาแถลงข่าว โดยยกเงื่อนเวลาที่เหลืออยู่จำกัดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว จำเป็นต้องลดวาระการปฏิรูปจากเดิม 36 เรื่องเหลือแค่ 5 เรื่อง

ถือเป็นภาพสะท้อนได้ว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลและคสช.จึงต้องรีบรวบรัดประหารชีวิตสมาชิกสปช.ทั้งที่งานการปฏิรูปยังเหลืออีกบานเบอะ หากปล่อยทิ้งไว้มีแต่จะตกเป็นขี้ปากให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักข้อขึ้น ขณะเดียวกันก็ชิงตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้วยจำนวนสมาชิก 200 คน แน่นอนว่า หนึ่งในเป้าหมายคงเป็นเรื่องของการดึงคนที่หลากหลายเข้ามาทำงาน

ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาสมาชิกสปช. 250 คนนั้น ถูกมองว่าเต็มไปด้วยบรรดาข้าราชการเสียส่วนใหญ่ ขณะที่ฝ่ายการเมืองมีจำนวนน้อยมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีการเชื่อมโยงไปถึงกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109สามารถมีตำแหน่งแห่งหนทางการเมืองได้ ส่วนหนึ่งเพื่อเติมคนในรัฐบาล อีกด้านก็เพื่อดึงคนมาร่วมงานการปฏิรูป

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งคำถามต่อว่า แล้วสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ จะมีอายุอยู่นานเท่าไหร่ ถ้ายึดตามร่างรัฐธรรมนูญจะนั่งกันรากงอกถึง 5 ปี แต่ฟังที่วิษณุบอกล่าสุด จะทำหน้าที่จนถึงวันที่มีการเปิดสภาครั้งแรกเท่านั้น ไม่ควรอยู่ยาวกว่านั้นมีแต่จะอยู่สั้น หมายความว่า ปมว่าด้วยการปฏิรูปจะถูกส่งไม้ต่อไปให้รัฐบาลใหม่ทันที

เป็นเรื่องจนได้กับข่าวคราวปฏิวัติซ้อน เมื่อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประสานเสียงกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ยืนยันตรงกันว่าไม่มี แค่ข่าวปล่อยผ่านโซเซียลมีเดีย แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ บิ๊กป้อมในฐานะที่กุมบังเหียนงานด้านความมั่นคงระบุ ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงสืบสวนหาข่าวเพื่อนำตัวคนปล่อยข่าวมาดำเนินคดี

ขณะนี้ทราบข้อมูลแล้วว่าทำกันเป็นขบวนการ หวังว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดในเร็วๆ นี้ ไม่เหมือนกรณีระเบิดบริเวณรอยต่อสถานีบีทีเอสสยามกับสยามพารากอนก่อนหน้านั้น ที่โหมประโคมข่าวว่า รู้ตัวคนก่อเหตุมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจน แต่จนป่านนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ ประเด็นที่เกี่ยวพันกับอำนาจของกองทัพเพื่อเขย่าขาเก้าอี้ผู้นำประเทศต้องดำเนินการให้เด็ดขาด

แต่ส่วนหนึ่งก็พอจะเดากันได้ ในช่วงจังหวะของฤดูกาลโยกย้ายนายทหารโดยเฉพาะเก้าอี้ผู้นำเหล่าทัพ ข่าวในลักษณะเช่นนี้ย่อมมีผลไม่น้อย ขณะที่กองทัพบกก็ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะดันมีชื่อของ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา น้องชายร่วมสายเลือดของบิ๊กตู่เป็นแคนดิเดตอยู่ด้วย ตรงนี้เป็นเรื่องของการวัดกำลังภายในและขยายผลไปถึงปมการค้ำยันอำนาจของผู้นำรัฐบาลคสช.ด้วย

โดยเรื่องดังกล่าวบิ๊กป้อมในฐานะผู้มีอำนาจร่วมพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารยังคงกั๊กท่าทีไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวบอกเพียงว่า“ไม่ต้องอยากรู้ ถึงเวลาก็รู้เอง” ว่ากันไปตามนั้น แต่ที่น่าสนใจก็คือคนที่คั่วตำแหน่งกับน้องชายบิ๊กตู่อย่าง พลเอกธีรชัย นาควานิช จะรับประทานแห้วแล้วกลายเป็นการทำลายธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาในห้วงเวลากว่าสิบปีนี้หรือไม่

ที่ตำแหน่งผบ.ทบ.จะต้องเติบโตมาจากแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กป้อม บิ๊กป๊อก จนมาถึงบิ๊กตู่ เพราะรายของพลเอกปรีชานั้นเติบโตมาจากทหารภูธร ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ไลน์ 5 เสือทบ.ก็คือ แม่ทัพภาคที่ 3 คงต้องดูกันต่อ นอกจากธรรมเนียมปฏิบัติดังว่า ยังมีหลักการที่หัวหน้าคสช.เคยเน้นย้ำมาโดยตลอดคือความอาวุโส หนนี้จะถูกมองข้ามหรือเปล่า

วันก่อนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คบอกว่า ทักษิณ ชินวัตร อยู่ร่วมประชุมด้านการแพทย์ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยเพราะพ่อเป็นเจ้าของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้คนไทยได้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกันจึงได้รับเชิญไปร่วมงาน แต่วันนี้ พานทองแท้ลูกชายต้องของขึ้นเพราะถูก สมชาย แสวงการ ออกมาแฉว่ารูปที่นำมาโชว์เป็นการตัดต่อ

ลูกโอ๊คถึงขั้นประกาศว่าต่อไปนี้พ่อไปงานไหนจะต้องอัดเป็นคลิปมาแสดงจะได้ไม่ต้องถูกกล่าวหา พร้อมกับย้อนกลับแบบเจ็บๆ ถึงอดีตคนสื่อที่ได้ดิบได้ดีจากการลากตั้งมาตั้งแต่รัฐประหารปี 49 ว่าน่าแปลกใจ ไม่รู้ว่าทักษิณเป็นพ่อใครกันแน่ ถึงได้มีการพูดถึงเขียนถึงถี่ยิบ คงต้องบอกว่าทักษิณไม่ได้เป็นพ่อใครหรอก แต่พวกที่ชอบหยิบยกมากล่าวถึงมักจะเป็นที่สนใจอยู่เสมอ แค่นั้นจริงๆ