บลจ.กรุงศรี โชว์ผลงานเด่น จ่ายปันผล 4 กองรวด

บลจ.กรุงศรี โชว์ผลงานเด่น จ่ายปันผล 4 กองรวด

น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด หรือ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า แม้ว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยค่อนข้างผันผวนจากปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบ แต่กองทุนLTF และกองทุนหุ้นทั้ง 4 กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทที่ประกาศจ่ายปันผลมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประกอบด้วยกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2561 ประมาณหน่วยละ 0.75 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนที่ 12.34% สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ 7.97% กองทุนเปิดกรุงศรีไทยออลสตาร์ปันผล (KFTSTAR-D) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 28 กันยายน 2561 ประมาณหน่วยละ 0.30 บาท จุดเด่นของกองทุนคือใช้กลยุทธ์แบบ Blend Model เฟ้นหาหุ้นเด่นจากทุกกลุ่ม โดยไม่มีข้อจำกัดด้านขนาดหรือประเภทหุ้น ลงทุนได้ทั้งหุ้นปันผล หุ้นเติบโตสูง หุ้นขนาดกลาง -เล็ก มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับสัดส่วนให้เหมาะสมที่สุดในแต่ละภาวะตลาด

รวมทั้งกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 30 กันยายน 2561 ประมาณหน่วยละ 0.50 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนที่ 12.91% สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ 9.20% กองทุนเปิดกรุงศรีโกรทอิควิตี้-ปันผล (KFGROWTH-D) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 28 กันยายน 2561 ประมาณหน่วยละ 0.95 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนที่ 11.21% สูงกว่าดัชนี ชี้วัดที่ 8.07% (ที่มา : บลจ.กรุงศรี ณ 28 ก.ย. 61 /ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต)

โดยกองทุนทั้ง 4 ดังกล่าวจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 และจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่19 พฤศจิกายน 2561

“บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะกลางถึงยาวจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ยังเป็นที่น่าสนใจลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค

โดยแม้ว่าในระยะสั้นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวโน้มผันผวน และเคลื่อนไหวตามกระแสเงินลงทุนต่างชาติ รวมถึงปัจจัยภายนอกประเทศ ได้แก่ สถานการณ์สงครามการค้า การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางฯ ประเทศต่างๆ และทิศทางการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นต้น” น.ส.ศิริพร กล่าว

ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุน KFLTFDIV มีนโยบายลงทุนในประเทศในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 75 %ของ NAV ความเสี่ยงสูงระดับ 6 / กองทุน KFLTFDIV มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 13 ครั้ง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2547 จนถึงวันที่ 28 ก.ย. 61 เป็นจำนวนเงินรวม 9.79 บาท

KFTSTAR-D มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของNAV ความเสี่ยงสูงระดับ 6 เสี่ยงสูง / กองทุน KFTSTAR-D มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2560 จนถึงวันที่ 28 ก.ย. 61 เป็นจำนวนเงินรวม 1.20 บาท

กองทุน KFSDIV มีนโยบายลงทุนในประเทศในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของ NAV ความเสี่ยงสูงระดับ 6 / กองทุน KFSDIV มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 37 ครั้ง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2550 จนถึงวันที่ 28 ก.ย. 61 เป็นจำนวนเงินรวม 16.35 บาท

กองทุน KFGROWTH-D มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ความเสี่ยงสูงระดับ 6 มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 18 ครั้ง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2546 จนถึงวันที่ 28 ก.ย. 61 เป็นจำนวนเงินรวม 20.94 บาท