8 หุ้นการบิน-โรงแรมคึกคักพร้อมโกยรายได้อื้อ! รับครม.ไฟเขียวเว้นวีซ่าหน้าด่าน

8 หุ้นการบิน-โรงแรมคึกคักพร้อมโกยรายได้อื้อ! รับครม.ไฟเขียวเว้นวีซ่าหน้าด่าน

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยว โดยมีมติยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องอนุญาตของด่านตรวจคนเข้ามาเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) ซึ่งปกติจัดเก็บ 2,000 บาทต่อคน เป็นการชั่วคราวระยะเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2561 – 31 ม.ค. 2562 ให้กับนักท่องเที่ยว 21 ประเทศ อาทิเช่น จีน, ไต้หวัน, ภูฐาน, อินเดีย, มัลดีฟส์, ซาอุฯ, ยูเครน และ อุซเบกิสถาน เป็นต้น

โดยประเด็นดังกล่าวคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมที่จะมีรายได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลดีได้แก่ AOT, CENTEL, MINT , ERW ,BA ,NOK ,THAI ,AAV

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวมาตามนัด ครม.อนุมัติยกเลิกวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง 21 ประเทศ เป็นเวลา 60 วัน เริ่มมีผล สิ้นเดือน พ.ย. 2018 – ม.ค. 2019 : วานนี้ ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตามที่ กระทรวงท่องเที่ยวเสนอ โดยให้ยกเว้นวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa On Arrival) จากเดิมที่ให้เก็บอัตราค่าธรรมเนียม 2,000 บาท เป็นเวลา 60 วัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ สิ้นเดือน พ.ย. 2018 ไปจนถึงเดือน ม.ค. 2562 เป็นบวกต่อ Sentiment กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, MINT และ ERW โดยมี Top pick คือ CENTEL และ MINT

 

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (7 พ.ย.61) ว่าที่ประชุม ครม. วานนี้ (6 พ.ย. 2561) มีมติเห็นชอบยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องอนุญาตของด่านตรวจคนเข้ามาเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) ซึ่งปกติจัดเก็บ 2,000 บาทต่อคน เป็นการชั่วคราวระยะเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2561 – 31 ม.ค. 2562 ให้กับนักท่องเที่ยว 21 ประเทศ อาทิเช่น จีน, ไต้หวัน, ภูฐาน, อินเดีย, มัลดีฟส์, ซาอุฯ, ยูเครน และ อุซเบกิสถาน เป็นต้น

โดยประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงกลุ่มขนส่งทางอากาศที่ความต้องการใช้บริการส่วนใหญ่อิงกับภาคท่องเที่ยว เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าดังข้างต้น และนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วนมากสุด 30% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม โดยคาดหวังมาตรการดังกล่าว จะช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์เรือล่มภูเก็ตเมื่อต้น ก.ค. ที่ผ่านมา และส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค. – ก.ย. ในอัตรา 0.9%, 11.8% และ 14.9% จากปีก่อน ตามลำดับ

ทั้งนี้ หากย้อนไปช่วงปี 2559-2560 ซึ่งมีมาตรการคล้ายคลึงกัน โดยรัฐฯ ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราวีซ่า ณ สถานฑูตหรือสถานกงศุลไทยจำนวน 1 พันบาท/คน และลดค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องอนุญาตของด่านตรวจคนเข้ามาเมือง (VOA) จากเดิม 2,000 บาท เป็น 1,000 บาท แก่นักท่องเที่ยว 19 ประเทศ เป็นเวลาชั่วคราว 3 เดือน (1 ธ.ค. 2559 – 28 ก.พ. 2560) ก่อนต่ออายุเพิ่มอีก 6 เดือน (ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 31 ส.ค. 2560) และเพิ่มเติมรวมเป็น 21 ประเทศ ได้ส่งผลบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เห็นได้จากเดือน ธ.ค. 2559 นักท่องเที่ยวต่างชาติพลิกกลับมาเติบโตเป็นบวก 1.21% จากปีก่อน และต่อเนื่อง 6.5% ในเดือน ม.ค. 2560 (หลังจากช่วงเดือน พ.ย. ติดลบ 4.4% จากปีก่อนเนื่องจากช่วงดังกล่าวธุรกิจท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีน พ.ย. 2560 ลดลงไป 30% จากปีก่อน)

ดังนั้นภายใต้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าในครั้งนี้ที่จูงใจมากกว่า ก็น่าจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค. และ ต่อเนื่อง ม.ค. ซึ่งปกติเป็นช่วงฤดูกาลและเทศกาลตรุษจีนที่คนจีนนิยมมาไทยเป็นจำนวนมาก ฝ่ายวิจัยคงแนะนำลงทุนเท่ากับตลาดสำหรับกลุ่มฯ เลือกหุ้นเด่น คือ ERW (FV@B8.80) คาดได้อานิสงค์มากสุด เนื่องจากมีโครงสร้างรายได้จากโรงแรมในประเทศมากสุดเกือบ 100%  และพอร์ตโรงแรมมีการกระจายตัวทั้งสถานที่ตั้งและระดับโรงแรมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่มฯ ขณะที่  CENTEL มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมและอาหารใกล้เคียงกับอย่างละ 50% ส่วน MlNT แม้มีความหลากหลายของธุรกิจมากสุดทั้งโรงแรม (สัดส่วนราว 40%) อาหาร (สัดส่วนราว 40% และที่พักอาศัย (สัดส่วนราว 10%) แต่กิจการโรงแรมมีกระจายตัวในต่างประเทศ ทำให้ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้น้อยกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนกลุ่มขนส่งทางอากาศ ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาด” ด้วยความน่าสนใจหุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มยังต่ำ หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งสุดในกลุ่ม AOT(FV@B67)มูลค่าพื้นฐานยังให้ Upside จำกัด ขณะที่ประโยชน์ที่สายการบินจะได้ ยังอาจถูกหักล้างได้จากการแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมที่รุนแรง โดยอาจเหลือบริษัทเดียวที่ยังพอซื้อลงทุนได้ คือ BA(FV@B15.4) ที่ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าหุ้น BDMS ที่ถือหุ้นอยู่ 7.17% แต่ควรลงทุนเมื่อราคาอ่อนตัว เนื่องจากธุรกิจหลักสายการบินที่เสี่ยงสูง