เล่นกันต่อ

* ถือเป็นประจำทุกปีที่ “โมนิก้า” มักเกริ่นนำด้วยเรื่องเริ่มต้นศักราชใหม่ ควรพูดแต่สิ่งดี ๆ สิ่งไม่ดีควรงดเว้น และห้ามตั้งอยู่บนความประมาท เดี๊ยนเลยถือโอกาสนี้พูดถึงทิศทางธุรกิจประเภทต่าง ๆ เพื่อทำให้นักลงทุนเห็นภาพการลงทุนตลอดปี 2562 ได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเตือนสตินักลงทุนอย่าหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ และควรกำหนดรูปแบบการลงทุนด้วยตนเอง หรือถ้าเป็นไปได้ควรปรับพอร์ตการลงทุนให้กระชับขึ้นกว่าเดิมนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ถือเป็นประจำทุกปีที่ “โมนิก้า” มักเกริ่นนำด้วยเรื่องเริ่มต้นศักราชใหม่ ควรพูดแต่สิ่งดี ๆ สิ่งไม่ดีควรงดเว้น และห้ามตั้งอยู่บนความประมาท เดี๊ยนเลยถือโอกาสนี้พูดถึงทิศทางธุรกิจประเภทต่าง ๆ เพื่อทำให้นักลงทุนเห็นภาพการลงทุนตลอดปี 2562 ได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเตือนสตินักลงทุนอย่าหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ และควรกำหนดรูปแบบการลงทุนด้วยตนเอง หรือถ้าเป็นไปได้ควรปรับพอร์ตการลงทุนให้กระชับขึ้นกว่าเดิมนะคะ

* เนื่องจากตลาดหุ้นไทยจะผันผวนมากขึ้นอย่างแน่นอน..ใครที่คิดว่า หุ้นไทยจะทะยานอย่างร้อนแรงเหมือนกับในช่วงต้นปี 2561 ขอให้เลิกฝันตอนกลางวันแสก ๆ ได้แล้ว และควรยืดอกพกถุง (เงิน) ขึ้นมาเผชิญกับความจริงเสียที เพราะปี 2562 จะเป็นการเริ่มต้นของการช่วยกันดันให้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถทำกำไรได้อย่างโดดเด่น เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า ระบบเศรษฐกิจของไทยเข้มแข็งทุกภาคส่วนนะจ๊ะ

* สำหรับสภาพการลงทุนในช่วงปีใหม่จะสดใสตั้งแต่ต้นปี 2562 หรือไม่นั้น! ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อสำรวจอุณหภูมิรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับการทำให้หุ้นทะยานอย่างมั่นคงพบว่า ยังมีหลายประเด็นให้ติดตามชนิดห้ามคลาดสายตา แถมแต่ละเรื่องก็เกี่ยวข้องกับหุ้นแต่ละกลุ่มเสียด้วย หากเราเข้าใจถึงหลักการลงทุนเรื่องนี้ก็จะพบว่า การเทขายหุ้นของโบรกเกอร์เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาเป็นการกระทำที่ถูกต้องเจ้าค่ะ

* ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนเทขายหุ้นทำกำไร เมื่อดัชนีเริ่มขยับขึ้นมาแถว ๆ 1,600 จุด ในขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนบางส่วนมองว่า ครั้งนี้ดัชนีจะฝ่าขึ้นไปได้ ?? (รอบที่แล้ว ก็คิดแบบนี้) “โมนิก้า” ถึงย้ำแล้วย้ำอีกว่า ใครอ่านจังหวะขึ้นลงของดัชนีได้แม่นย่ำกว่ากัน คนนั้นได้สิทธิ์รับโชคใหญ่จากตลาดหุ้นทันที..งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ตาดีได้ ตาร้ายเสีย (ปัจจัยพื้นฐานช่วยได้นิดหน่อย) นะคะ

* สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่า ดัชนียังมีโอกาสอ่อนตัวลงไปยังแนวรับ 1,500 จุดค่อนข้างสูง!!..ส่วนจะลงไปจริงหรือไม่ ? เป็นเรื่องที่ค่อยมาคุยกันทีหลัง เพราะอารมณ์ของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ยังโลเลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันตัวแปรทางด้านต่าง ๆ ก็คอยบิลต์อารมณ์เป็นระยะ ความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงไปทดสอบแนวรับด้านล่าง จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงนะจ๊ะ

* ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า เปิดพุทธศักราชใหม่ขึ้นมาปุ๊บ นักวิเคราะห์ยังแนะนำให้นักลงทุน “ซื้อ” ปั๊บ เท่ากับเป็นการกระตุ้นอารมณ์นักลงทุนรายย่อยให้รู้จักตื่นตัวตลอดเวลา เพราะการลงทุนในปี 2562 เขาวัดความสำเร็จกันที่เรื่องของข่าวสาร และจังหวะการเข้าทำ ซึ่งเป็นผลมาจากอาการแกว่งตัวของดัชนีจะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ จะหันมาเล่นเก็งกำไรกันมากขึ้นพะยะค่ะ

* นั่นหมายความว่า คนที่รู้จักแนวคิดมันนี่เกม จะกลายเป็นผู้ชนะ..ซึ่งเห็นได้จากปรากฏการณ์ sideway down หรือ sideway up ใครเข้าซื้อหุ้นแล้วออกของไม่ทัน รับรองว่า เจ็บตัวทุกราย ยิ่งถือยาวท่าไหร่ ยิ่งอึดอัดใจมากขึ้นเท่านั้น โดยผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาอย่างเป็นทางการพบว่า จังหวะซื้อขายสำคัญสุด! เดี๊ยนถึงต้องการให้นักลงทุนชายตามองสภาพแวดล้อมก่อนลงมือเคาะขวาไงละคะ

* เหมือนกับในรายของหุ้นสุดรัก GULF ค่อนข้างมีสตอรี่ดีรองรับเต็มประตูหน้าต่าง และยังมีพัฒนาการสำคัญที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนลองพิจารณาข้อมูลหุ้นตัวนี้ให้ดีเสียก่อน เพราะยังมีข่าวดีบางเรื่องที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา..งานนี้ใครคิดว่า หุ้นตัวนี้จะมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็หาจังหวะทยอยซื้อหุ้นไปเรื่อย ๆ หลังเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 81.50 บาท บวกไป 3.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.89 พันล้านบาท เดี๋ยวจะหาว่า คนสวยมีอะไรดีแล้วไม่บอกนะจ๊ะ

* ไหน ๆ พูดถึงหุ้นที่มีธุรกิจหลากหลาย “โมนิก้า” ขอเปลี่ยนอิริยาบถไปดูหุ้นไฟแนนซ์ดาวดังบ้างดีกว่า และตัวที่อยากจะพูดถึงมากเป็นอันดับแรกก็คือ MTC ราคาหุ้นยังย่ำฐานวนเวียนไปมาที่ระดับ 48 บาทหลายรอบ จึงมีคนอยากรู้ว่า ราคาหุ้นจะทะยานขึ้นไปทำ all time high ได้หรือเปล่า ? เนื่องจากรอบที่แล้วราคาหุ้นเคยขึ้นไป 55.50 บาท ขณะที่ราคาล่าสุดยืนอยู่ที่ 49 บาท บวกไป 0.75 บาท จึงเป็นหุ้นที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งนะจ๊ะ

* อีกตัวที่น่าจับตามากที่สุดก็คือ PTTEP หลังจากโดนมรสุมแรงเทขายกระหน่ำซัดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ล่าสุดราคาหุ้นก็เริ่มประคองตัวได้อีกครั้ง จนมีผู้คนอยากรู้ว่า รอบนี้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 130 บาทไหม ? “โมนิก้า” ตอบแทนได้ทันทีว่า มีโอกาสไปถึงแน่นอน! เพราะแรงเทขายเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ ผนวกกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มชะลอลง หุ้นถึงยืนปิดที่ระดับ 113.50 บาท บวกไป 0.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.41 พันล้านบาทไงละจ๊ะ