MAJOR รายได้หนังดีเว่อร์!!

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR จะกลับมาทำผลงานช่วงไตรมาส 4/2561 โดดเด่น โดยคาดกำไรจะเพิ่มขึ้นราว 20.4% จากไตรมาสก่อน

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR จะกลับมาทำผลงานช่วงไตรมาส 4/2561 โดดเด่น โดยคาดกำไรจะเพิ่มขึ้นราว 20% จากไตรมาสก่อน และ 232% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้จากการขายตั๋ว เครื่องดื่ม และป๊อปคอร์น เติบโตถึง 25% จากไตรมาสก่อน และ 50% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ดีเกินคาด

ส่วนภาพยนตร์ที่ทำรายได้เฉพาะโรงในเครือ MAJOR สูงสุด 4 อันดับแรก คือ นาคี 2 จำนวน 290 ล้านบาท,  Aquaman จำนวน 280 ล้านบาท,  VENOM จำนวน 160 ล้านบาท และ Fantastic Beast 2 จำนวน 150 ล้านบาท บวกกับบริษัทย่อย MPIC มีกำไรที่ดีขึ้นชัดเจน จากการเป็นตัวแทนจำหน่าย นาคี 2 ในไทยและ CLMV และจากภาพยนตร์ที่สร้างเอง หอแต๋วแตก และขุนบันลือ สามารถหักล้างรายได้โฆษณาที่ยังลดลง 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงอยู่ระหว่างการต่อสัญญาโฆษณา

ถึงอย่างไรรายได้โฆษณาก็ยังเติบโต 15% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะโรงภาพยนตร์ที่ ICON CINECONIC ได้ Naming Sponsors แล้ว 4 ราย คือ GSB, TOYOTA, การบินไทย และ CMC (เจ้าพระยามหานคร) รวมรายได้ราวปีละ 70 ล้านบาท ซึ่งเริ่มรับรู้ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 2561 ผลบวกดังกล่าวข้างต้นคาดจะช่วยให้กำไรสุทธิทั้งปี 2561 เติบโต 6.7% ขณะกำไรปกติทั้งปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 21.3%

ที่สำคัญรายได้ค่าโฆษณาจะกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่งวดไตรมาส 1/2562  โดยโฆษณาที่มีปัญหา 3 รายตั้งแต่ไตรมาส 3/2561 ในงวดไตรมาส 1/2562 จะสามารถเริ่มรับรู้รายได้แล้วทั้งหมด คือ Naming Sponsor 2 ราย ที่ พารากอน คือ Bangkok Airways หยุดต่อสัญญา เปลี่ยนมาเป็น Honda แทน และกรุงไทย ต่อสัญญาเรียบร้อยแล้ว และ Sponsor หลักอีเวนต์ เบียร์ช้าง ได้ต่อสัญญาเสร็จเรียบร้อยเช่นกัน

นอกจากนี้ โรงภาพยนตร์ที่ ICONSIAM สามารถรับรู้ค่าโฆษณาเต็มไตรมาส และยังมี Sponsor รายเล็ก เข้ามาเพิ่มอีก 2 ราย อาทิ โคโดโม คาดจะรับรู้รายได้เพิ่มอีก 10 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกันในปี 2562 มีการปรับกลยุทธ์การขายโฆษณา และภาพยนตร์ไทยหนุนรายได้ปี 2562 เติบโตดีขึ้น นอกจากจุดเด่นที่รับรู้รายได้จากการเปิดโรงหนังที่ ICONSIAM เต็มปี MAJOR ยังมีแผนเปิดโรงหนังในต่างจังหวัดอีก 40 โรงโดยเน้นเปิดที่ Tesco Lotus และ BIGC สาขาละ 2 โรง เน้นฉายภาพยนตร์ไทย ซึ่งมีกระแสความนิยมในต่างจังหวัดดีมาก

อีกทั้งจะปรับกลยุทธ์การขายโฆษณาจากเดิมขายโดยตรงให้เจ้าของสินค้า 70% และผ่านเอเจนซี่ 30% โดยจะเพิ่มสัดส่วนขายผ่านเอเจนซี่เป็น 50% เพราะ MAJOR ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะขายโฆษณาตามโรงภาพยนตร์ในต่างจังหวัด

กลยุทธ์ดังกล่าวคาดจะหนุนให้รายได้ค่าโฆษณาในปี 2562 เติบโตดีขึ้น อีกทั้งโปรแกรมหนังที่เข้าฉายในปี 2562 มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จำนวนมาก คาดจะช่วยให้กำไรปกติของ MAJOR ในปี 2562 เติบโตราว 10%

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม จากกำไรงวดไตรมาส 4/2561  ที่โดดเด่น และผลตอบแทนเงินปันผลสูงเฉลี่ย 6% ต่อปีบวกกับราคาเป้าหมายปี 2562 อยู่ที่ 31 บาท มี Upside 44.2%  แนะนำ “ซื้อ”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายวิชา พูลวรลักษณ์ 265,040,100 หุ้น 29.62%
  2. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 49,032,827 หุ้น 5.48%
  3. NORTRUST NOMINEES LTD-CL AC 47,329,400 หุ้น 5.29%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 43,917,275 หุ้น 4.91%
  5. GIC PRIVATE LIMITED 36,008,532 หุ้น 4.02%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  2. นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ รองประธานกรรมการ
  4. นางภารดี พูลวรลักษณ์ กรรมการ
  5. นายธนกร ปุลิเวคินทร์ กรรมการ