ไม่ใช่เดือนของการขาย?

เดิมที “โมนิก้า” เชื่อว่า เริ่มต้นเดือน พ.ค. จะมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะสภาพเศรษฐกิจ และกิจกรรมท่องเที่ยวมักมีการชะลอตัว


เดิมที “โมนิก้า” เชื่อว่า เริ่มต้นเดือน พ.ค. จะมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะสภาพเศรษฐกิจ และกิจกรรมท่องเที่ยวมักมีการชะลอตัว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนสถาบันขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง ประกอบกับเป็นช่วงเปิดเทอมของนักเรียน จึงทำให้ผู้ปกครองทั้งประเทศประหยัดการใช้เงิน ส่งผลให้ธุรกรรมทางด้านต่าง ๆ ดูหนืดกว่าปกติ ซึ่งเป็นโมเมนตัมที่ไม่ดีเอาเสียเลยนะจ๊ะ

ถึงกระนั้นเมื่อมองถึงปัญหาสงครามที่กำลังเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ย่อมส่งผลดีโดยตรงกับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคียงเป็นเวลา 2 เดือน และทำให้นักลงทุนเชื่อว่า สภาพเศรษฐกิจจะฟื้นทั่วโลกจะผงกหัวขึ้นแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนพิจารณาดูว่า ประเทศไทยจะเป็นเหมือนที่คาดการณ์หรือเปล่า?

ถ้าคิดว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นจริง! การที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,507.53 จุด ลบไป 9.38 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.17 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นจังหวะซื้อแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แถมรัฐบาล “เสี่ยหนู” กำลังจะอัดฉีดเงินเข้ากระเป๋าทุกคน “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์ทั้งหมดว่า คุ้มค่าในการซื้อหุ้นขนาดไหน? เพราะข้อมูลสถิติเก่า ๆ ชี้ชัดว่า พ.ค.-มิ.ย. ตลาดหุ้นทั่วโลกมักเผชิญแรงขายนะซี

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น TRUE ขึ้นมาเป็นลำดับแรก เพราะเป็นหุ้นที่เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกรอบ ผสานกับมีการประเมินกันว่า ปีนี้ผลงานจะดีขึ้นเป็นลำดับ จึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ระดับ 14.40 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 3.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.62 พันล้านบาท เทียบกับราคาเป้าหมายที่ระดับ 19 บาท คุ้มค่าที่จะเล่นเหมือนที่พวกขาใหญ่เม้าท์ให้แซ่ดอะป่าว?

เช่นเดียวกับแรงซื้อที่เริ่มเข้ามาในหุ้น CPALL ก็เป็นช็อตที่ทำให้อีฉันตาลุกวาวขึ้นมาอีกครั้ง เพราะมองในมุมของราคาเป้าหมายที่โบรกฯ ให้ไว้ในระดับ 62 บาท ผนวกเข้ากับมาตรการเติมเงินเข้ากระเป๋าให้กับประชาชนของรัฐบาล คือตัวแปรที่ทำให้อีฉันมองว่า การยืนปิดที่ระดับ 44.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.39 พันล้านบาท ยังมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งอีกเยอะนะจะบอกให้

ส่วนรายที่กลับมาเล่นใหม่เป็นวันที่ 2 อย่างหุ้น STPI คงหนีไม่พ้นเรื่องกินรวบโครงการขนาดใหญ่ เพราะคู่แข่งอย่าง ITD ก็หลุดเข้าหลุมดำไปแล้ว ส่วนในรายของ CK ก็เป็นที่รับรู้ว่า พวกกัน “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่มีมือดีเข้ามาจุดพลุต่ออีกวัน ซึ่งทำให้ราคาหุ้นกระโดดขึ้นมาปิดที่ระดับ 4.88 บาท บวกไป 0.46 บาท หรือขึ้นไป 10.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 307 ล้านบาท จนมีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นไปหาไฮเก่าที่ระดับ 8 บาทอีกครั้งไงล่ะคะ

ส่วนรายย่อยที่เป็นสายซิ่งต้องมองไปที่หุ้น LTS หลังมีมือดีเข้ามาไล่ราคาหุ้นแบบดุเดือด จนชนซิลลิ่งตั้งแต่ยังไม่ปิดตลาดภาคเช้า และมีออเดอร์ซื้อค้างอีกจำนวนหนึ่ง “โมนิก้า” เลยอยากให้ขาลุยประเมินการยืนปิดไปที่ระดับ 2.32 บาท บวกไป 0.55 บาท หรือขึ้นไป 31% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18 ล้านบาท เหมาะต่อการลุยต่อไหม? เพราะเดี๊ยนไม่อยากชี้นำอะไรไปมากกว่านี้..อิอิอิ

สำหรับสายเศร้าต้องมองไปที่ NER หลังกำไรไตรมาส 1 ลดฮวบ ซึ่งเป็นผลพวงที่เกิดจากภาษีทรัมป์ ซึ่งทำให้ลูกค้ารีบตุนสินค้าตั้งแต่ปีก่อน ขณะเดียวกันก็มาเจอเรื่องสงครามเข้าอีกดอก “โมนิก้า” จึงเข้าใจสาเหตุที่หุ้นทิ้งตัวลงมาปิดที่ระดับ 4.42 บาท ลบไป 0.32 บาท หรือลงไป 6.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 233 ล้านบาท และขอคอมเมนต์แค่ว่า “ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใส” นะตัวเอง

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button