SCI ผนึกพันธมิตรปั้นธุรกิจใหม่บริการเช่ามือถือ พร้อมลุยขยายลงทุนเมียนมาร์

SCI ผนึกพันธมิตร "โกลด์ อีลิท ปารีส (ประเทศไทย)" ปั้นธุรกิจใหม่บริการเช่ามือถือ พร้อมเดินหน้าขยายลงทุนในเมียนมาร์ คาดผลงานปีนี้สดใส

นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการของปี 62 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปี 61 เพราะคาดว่าจะมีการเปิดประมูลงานหลายโครงการใหม่ ทั้งงานในส่วนของตู้สวิตช์บอร์ด และงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

รวมทั้งบริษัทฯจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง และเสาสื่อสารโทรคมนาคม ในประเทศเมียนมา กำลังการผลิตเสาอยู่ที่ 7,500 ตันต่อปี และชุบสังกะสีที่ 2.4 หมื่นตันต่อปี เริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ ในปี 62 รายได้จากธุรกิจในประเทศจะอยู่ที่ 80-85% ขณะที่รายได้จากต่างประเทศ น่าจะประมาณ 15-20% ของรายได้รวม โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาโทรคมนาคม ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ

โดยล่าสุด บริษัทฯได้รับอนุมัติจากกรรมการบริหารให้ร่วมลงทุนกับ บริษัท โกลด์ อีลิท ปารีส (ประเทศไทย) จำกัด โดยจัดตั้งบริษัทใหม่ ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ซึ่ง SCI จะลงทุน 49% คิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งบริษัทประกอบธุรกิจ ค้าและบริการให้เช่าโทรศัพท์มือถือ คาดว่าการจัดตั้งบริษัท และการลงทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2/62

สำหรับการเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทฯประเมินว่า ควรจะหาช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ เนื่องจากธุรกิจเดิมในประเทศนั้นเริ่มจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น และจะถึงจุดอิ่มตัวได้ในอนาคต ดังนั้น บริษัทฯได้มีการพยายามหาช่องทางใหม่ๆในการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหาสินค้าหรือบริการหรือธุรกิจที่แปลกใหม่

ธุรกิจให้เช่ามือถือในครั้งนี้ นั้นเริ่มจากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับทางพันธมิตรซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในวงการมือถือมาค่อนข้างนานพอสมควรและบริษัทฯเห็นว่าโครงการนี้น่าสนใจและยังใหม่ และ มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการลองทำสิ่งใหม่ๆ เราคาดหวังว่าการลงทุนในครั้งนี้จะสร้างผลตอบแทนให้แก่บริษัทในอนาคต ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น หากเป็นไปตามแผนก็ถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ” นายเกรียงไกร กล่าว

ส่วนแผนการขยายการลงทุนปีนี้จะเน้นการขยายธุรกิจในเมียนมาเป็นหลัก หลังจากที่โรงงานที่เมียนมาร์ได้เริ่มเดินเครื่องผลิตอย่างเป็นทางการช่วงปลายปี 61 นอกจากนี้ทางบริษัทฯ คาดว่าการลงทุนผ่านบริษัท ทียูทิลิตี้ส์ จำกัด หรือ TU ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง SCI และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF

โดย SCI ถือหุ้น 45% เพื่อลงทุนในพลังงานทดแทนและสาธารณูปโภคต่างๆ จะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีโครงการที่ได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโรงงานอุตสาหกรรมไปแล้ว 4 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างทยอยจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ส่วนที่เหลือคาดว่าจะทยอยติดตั้งในปีนี้

คำค้น