
SCI รับทรัพย์ 85 ล้านบาท ขายโซลาร์ “ทียู 6” ส่งซิกปี 69 รุกต่อยอดรับเหมา
SCI บุ๊กขายโซลาร์ “ทียู 6” 85 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปี 69 นำเงินลงทุนในธุรกิจที่สามารถต่อยอดจากธุรกิจเดิม โดยมีแพลนจะขยายทำงานรับเหมาก่อสร้าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ตัดสินใจจำหน่ายธุรกิจพลังงานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการลงทุนในรูปแบบบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจหลักที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
สำหรับธุรกิจพลังงานดังกล่าว ดำเนินงานผ่าน บริษัท ที ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (T Utilities) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SCI ที่ถือหุ้น 45% และ PF ถือหุ้น 55% โดย T Utilities ได้จัดตั้ง บริษัท ทียู 6 จำกัด (TU6) เพื่อพัฒนาโครงการเฉพาะด้าน โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV)
รายงานล่าสุดเมื่อ 5 ก.พ. 2569 ระบุว่า บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ TU6 จาก T Utilities เพื่อเข้าบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ CHOW ได้แจ้งว่า บริษัท ไชนิง สกาย โฮลดิ้ง จำกัด (SSH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าที่ CHOW ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (CE) ได้เข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญของ TU6 ในสัดส่วน 100% คิดเป็นมูลค่ารวม 85.36 ล้านบาท และได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569
สำหรับ TU6 มีสินทรัพย์เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 4.05 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร โดยมีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระหว่าง 15–20 ปี ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ประจำและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่กลุ่ม CHOW ในระยะยาว
นายเกรียงไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังการจำหน่ายธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 5 โครงการ มูลค่ารวม 85.36 ล้านบาท บริษัทได้นำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงนำไปลงทุนในธุรกิจที่สามารถต่อยอดจากธุรกิจเดิม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานในระยะยาว โดยบริษัทมีแพลนจะขยายทำงานรับเหมาก่อสร้าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าจำหน่ายธุรกิจพลังงานที่เข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมา โดยสำหรับโรงงานในประเทศเมียนมา SCI มีเงินลงทุนรวมประมาณ 700 ล้านบาท และตั้งเป้าจำหน่ายในระดับราคาประมาณ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าเงินไทยราว 400–500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุน 2 ราย ซึ่งรายหนึ่งสนใจซื้อทั้งโรงงานและเครื่องจักร ขณะที่อีกรายสนใจเฉพาะอาคารและที่ดิน ทั้งนี้ หากไม่รวมเครื่องจักร ราคาจำหน่ายอาจปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หลังจากการจำหน่ายธุรกิจพลังงานในต่างประเทศ ภาพรวมผลการดำเนินงานของ SCI ในปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายโรงงานในประเทศเมียนมาและธุรกิจพลังงาน ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ตู้สวิตช์บอร์ด เคเบิลเทรย์ และงานรับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม หากผลประกอบการในปี 2569 สามารถฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยลดขาดทุนสะสม และสนับสนุนเป้าหมายการปลดเครื่องหมาย CB จากกรณีที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าทุนจดทะเบียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะกลางถึงยาวต่อไป
