สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศประจำวันที่ 15 ก.พ. 2562

สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศประจำวันที่ 15 ก.พ. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นนำตลาด ขณะที่นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นได้ในการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังจากทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจากันต่อไปในสัปดาห์นี้ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) รอบ 2

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,883.25 จุด พุ่งขึ้น 443.86 จุด หรือ +1.74% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,775.60 จุด บวก 29.87 จุด หรือ +1.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,472.41 จุด เพิ่มขึ้น 45.46 จุด หรือ +0.61%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) และปรับตัวขึ้นมากรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. เนื่องจากนักลงทุนขานรับสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสที่สดใส และความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี Stoxx Europe บวก 1.41% ปิดที่ 368.94 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,299.80 จุด เพิ่มขึ้น 210.01 จุดหรือ +1.89% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,153.19 จุด บวก 90.67 จุดหรือ +1.79% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,236.68 จุด ปรับตัวขึ้น 39.67 จุดหรือ +0.55%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) และปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยยอดค้าปลีกของอังกฤษเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,236.68 จุด เพิ่มขึ้น 39.67 จุดหรือ +0.55%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และปริมาณน้ำมันโลกที่ตึงตัว

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 1.18 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 55.59  ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 66.25 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และดอลลาร์อ่อนค่าลง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 8.20 ดอลลาร์ หรือ 0.62% ปิดที่ 1,322.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. บวก 21.5 เซนต์ หรือ 1.38% ปิดที่ 15.743ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 17.70 ดอลลาร์ หรือ 2.24% ปิดที่ 806.90 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ปรับตัวขึ้น 21.30 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 1,407.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีก, การผลิตภาคอุตสาหกรรม และราคานำเข้า

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.08% สู่ระดับ 96.9037

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 110.44 เยน จากระดับ 110.47 เยน ขณะที่ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ 1.0049 ฟรังก์สวิส จากระดับ 1.0047 ฟรังก์สวิส และดอลลาร์อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ 1.3250 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3281 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนยูโรปรับตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ระดับ 1.1295 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1299 ดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ระดับ 1.2886 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2801 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สรัฐที่ระดับ 0.7139 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7105 ดอลลาร์