
BCH หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป กำไรโต-ปันผลเด่น
เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ถูกมองว่าผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่น สำหรับ หรือ BCH
คุณค่าบริษัท
เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ถูกมองว่าผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่น สำหรับบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มประกันสังคมเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
2) การแพร่ระบาดของโรคประจำฤดูเลื่อนระบาดจากในช่วงไตรมาส 3/2568 มายังช่วงไตรมาส 4/2568 เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ และไวรัส RSV ที่พบบ่อยในเด็ก เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยนอก (OPD) เข้ามาใช้บริการค่อนข้างหนาแน่น และผู้ป่วยในมีอัตราการครองเตียงที่สูงเกิน 70%
3) มีการทยอยจ่ายค่ารักษาพยาบาลคงค้างของผู้ป่วยคูเวต ประมาณ 246 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2568 และ 4) การคงอัตราจ่ายเงินค่าโรคซับซ้อนที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW > 2) ที่ 12,000 บาท
สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์อย่าง บล.พาย มองว่ากำไรสุทธิปี 2568 ของ BCH จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี 2568 ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ในไตรมาส 4/2568 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำ
2) ไม่มีปัจจัยลบจากการลดเงินค่าโรคซับซ้อมที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW >2) เหมือนเช่นในปี 2567 และ 3) การกลับรายการ สำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาส 4/2568 หลังภาครัฐของประเทศคูเวตได้ชำระคืนค่ารักษากว่า 240 ล้านบาท
สำหรับอัตรากำไร EBITDA Margin ปี 2568-2569 คาดฟื้นตัวเล็กน้อยที่ 24-25% จาก 1) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว หนุนอัตราครองเตียง และค่ารักษาต่อบิลสูงขึ้น และ 2) การคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเมินกำไรสุทธิปี 2568/2569/2570 เติบโตที่ 9%/8%/6% จากคาดรายได้ต่างชาติฟื้นตัวหลังกลุ่มตะวันออกกลาง
กลับมา และผู้ป่วยกัมพูชาเดินทางไปรักษาตัวที่ Kasemrad International Hospital Vientiane ฝั่ง สปป.ลาวแทน และแผนเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งในปี 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว รองรับการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยในเขตอุตสาหกรรม
ด้านบล.กรุงศรี ระบุว่า สำหรับ BCH 1) คาดกำไรสุทธิปีนี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว 2) มีโอกาสจ่ายเงินปันผลสูงกว่าที่คาดไว้ และ 3) คาดปี 2569 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9% เติบโตเด่นกว่ากลุ่มฯ จากศักยภาพรักษาโรคที่ครบวงจร ช่วยเพิ่ม Intensity ค่ารักษาโรค และลดต้นทุนส่งต่อคนไข้ ทำให้คาดอัตรากำไรดีขึ้น
ขณะที่ผู้บริหารมั่นใจว่ารายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ในปี 2568 จะเติบโตจากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 11,846.15 ล้านบาท ส่วนในปี 2569 ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2568 เป็นไปตามการขยายตัวของผู้ป่วยชาวไทย ทั้งผู้ป่วยเงินสด และผู้ป่วยประกันสังคม ที่อยู่ในระบบเครือโรงพยาบาลมากกว่า 1 ล้านราย ซึ่งสูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน และการขยายตัวของผู้ป่วยต่างชาติ
นอกจากนี้ ผู้บริหารยังยืนยันว่า กรณีบริษัทประกันแจ้งยุติการขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย และจะเปลี่ยนมาขายเป็นรูปแบบ Co-payment (การร่วมจ่าย) บริษัทไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น BCH ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 19.53 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 15.75 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายสูงกว่าตลาด อย่างไรก็ตาม ถ้าดู P/BV ที่ระดับ 1.95 เท่า ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.21 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 14.01 บาท จากราคาต่ำสุด 10.50 บาท และราคาสูงสุด 17.00 บาท

