MINT โชว์กำไรไตรมาส 4/61 โตเกินคาด โบรกฯเชียร์ซื้อ มองเด่นสุดในกลุ่ม ราคา Laggard

MINT โชว์กำไรไตรมาส 4/61 โตเกินคาด โบรกฯเชียร์ซื้อ มองเด่นสุดในกลุ่ม ราคา Laggard

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT หลังรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/61 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยราคาหุ้นวานนี้ (27 ก.พ.) ได้ปรับตัวขึ้น 38.50 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 3.36% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 768.22 ล้านบาท ตอบรับประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 46 บาท อยู่ 19.48%

โดย นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” MINT ประเมินราคาเป้าหมาย 46 บาท/หุ้น โดยรวมยังชอง MINT ในเรื่องการเติบโตของโรงแรมไทย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว และได้รับผลดีจาก NH Hotel ที่กำไรแล้ว และช่วยเพิ่มกำไรให้ MINT

ด้าน นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MINT ประเมินราคาเป้าหมาย 45 บาท/หุ้น โดยประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4/61 ที่ 1,500 ล้านบาท โต 47.1% เทียบจากไตรมาสก่อน แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งจากดีลซื้อ NHH และด้อยค่าสินทรัพย์ต่างๆออกซึ่งมีหลายรายการ กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,133 ล้านบาท โต 109.2% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และโต 32.4% เมื่อเทียบจากปีก่อนดีกว่าคาดราว 28%

โดยเป็นผลจากการรวมงบการเงินของ NHH เข้ามาตั้งแต่ 2 ต.ค. 2561 (เร็วกว่าที่คาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ย. 2561) ซึ่งทำให้รายได้เติบโตก้าวกระโดดกว่า 1 เท่าตัวทั้ง เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบจากปีก่อน รวมถึงมีรายการค่าใช้จ่ายเป็นบวกจากผลกระทบจากเงินเฟ้อรุนแรงในอาร์เจนตินา 343 ล้านบาท ซึ่งชดเชย Margin ที่หดตัวลงได้ ส่งผลให้ปี 2561 MINT มีกำไรสุทธิ 5,445 ล้านบาท โต 0.5% เมื่อเทียบจากปีก่อน ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 5,957 โต 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยยังไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายยุติธรรมใน NHH ก้อนใหญ่เข้ามาอย่างที่คาด

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MINT ประเมินราคาเป้าหมาย 44 บาท/หุ้น คาด MINT รายงานกำไรหลักเติบโตเมื่อเทียบจากปีก่อนและเทียบจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 1/62 หนุนโดยการควบรวมกำไรของ NH และช่วงไฮซีซั่นของกลุ่มการท่องเที่ยวไทย, มัลดีฟส์และแอฟริกา คาดการลงทุนใน NH จะเห็นผลตอบแทนในไตรมาส 2/62 เนื่องจากไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรม NH ในยุโรป

โดยได้รวมประมาณการกำไรของ NH เข้าไปในโมเดล คาดว่า MINT จะรายงานกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่งที่ 18% มาทำสถิติสูงใหม่ที่ 6.8 พันล้านบาทในปี 2562 โดยโรงแรมของ NH เอื้อประโยชน์ต่อ MINT ในแง่ของภูมิศาสตร์ (อเมริกาและยุโรป) และแบรนด์ (เพิ่มแบรนด์ระดับกลางถึงบน) ด้วยความทับซ้อนที่มีจำกัด

ทั้งนี้ บล.บัวหลวงชื่นชอบ MINT สำหรับแนวโน้มระยะยาว มองว่า MINT จะโดดเด่นกว่ากลุ่มในช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2/62-3/62 เนื่องจากจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรมในยุโรป มูลค่าหุ้นใกล้เคียงกับกลุ่มที่  PER ปี 2562 ที่ 25.3 เท่า

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MINT ประเมินราคาเป้าหมาย 44.50 บาท/หุ้น โดย MINT ประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 4/61 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ 6% เนื่องจากการเริ่มรับรู้กำไรของ NH Hotel (NHH) เข้ามาเป็นไตรมาสแรกมากกว่าที่คาดไว้

ขณะที่ธุรกิจเดิมไม่ได้ดีเท่าที่คาดไว้ทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหาร โดยธุรกิจโรงแรมมี RevPar (Organic) ที่ไม่รวม NHH เพิ่มขึ้นได้เพียงที่ 1% เทียบจากปีก่อน จากการเติบโตในต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนธุรกิจอาหาร SSSG ยังคงหดตัวลงต่อเนื่องในทุกประเทศที่ -4.3% เมื่อเทียบกับ -1.1% ในไตรมาส 4/61

ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2562 ที่ 7.9 พันล้านบาท เติบโตได้ที่ 46% เมื่อเทียจากปีก่อน โดยคาดว่าจะได้ประโยชน์เต็มปีจากการ Consol กำไรของ NHH เข้ามา ขณะที่ธุรกิจโรงแรมของเดิมจะยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดว่า RevPar (Organic) ที่ไม่รวม NHH จะเติบโตได้ที่ 2% เมื่อเทียบจากปีก่อน ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าจะเห็น  SSSG กลับมาฟื้นตัวได้ที่ 1% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า MINT รายงานกำไรไตรมาส 4/61 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท ดีกว่าคาด และโต 35% เมื่อเทียบจากปีก่อน และโต 114% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จากผลบวกการซื้อ NH Hotel และ Core operation ฝั่งโรงแรมที่ยังเติบโตดี ช่วยลดผลกระทบ ฝั่งร้านอาหารที่ยังอ่อนตัว และภาพกำไรระยะกลาง ยังดีจากการซื้อ NH Hotel ซึ่งล่าสุดจ่าย MINT-W6 ช่วยลดความกังวลของฐานะการเงิน และบล.โนมูระ พัฒนสินอยู่ระหว่างปรับประมาณการ  อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 1/62 อาจยังไม่เด่นนัก เนื่องจาก NH Hotel เป็น Low season แต่จะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 2/62

ด้าน Valuation มองเป็นหุ้น Big cap ในกลุ่มฯที่ยัง Laggard หลังราคาเคลื่อนไหวกรอบแคบมานาน โดยที่ผลประกอบการที่ดี จะหนุนให้ราคากลับมาน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PER62F ระดับ 25.8x เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลังที่ 37 เท่า และยังเหมาะสมจากการเป็นผู้นำในกลุ่มฯที่มีรายได้กระจายตัวที่สุด Upside 30%

นอกจากนี้ MINT ประกาศจ่าย MINT-W6  อัตรา 20 หุ้น : 1 Warrant  อายุ 2 ปี 4 เดือน, ราคาใช้สิทธิ 43 บาท เป็นปัจจัยบวกช่วยปรับโครงสร้างการเงินหลังการซื้อกิจการให้แข็งแกร่งขึ้น และลดความกังวลหลักก่อนหน้านี้