Daily View – P.M. – บล.กสิกรไทย

Tactical Move

เดินเกมกลยุทธ์บ่าย

SET Index ปรับลดลง -1.75 จุด (-0.11%) ปิดภาคเช้าที่ 1,633.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17,822.16 ล้านบาท

Most Positive Impact: TOP (+0.3 จุด), LH (+0.23 จุด), SPI (+0.2 จุด)

Most Negative Impact: PTTGC (-0.99 จุด), SCC (-0.23 จุด), MAKRO (-0.23 จุด)

แนวโน้มตลาดบ่าย

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยโดยกลุ่มที่กดดันดัชนีได้แก่ ปิโตรฯ(-1.28 จุด) พาณิชย์(-0.47 จุด) อาหาร(-0.29 จุด) และกลุ่มโรงพยาบาล(-0.12 จุด) ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แก่กลุ่มธนาคาร(+0.29 จุด) และกลุ่มพลังงาน(+0.21 จุด)

สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ได้แก่ อินโดนีเซีย(-1.11%) เกาหลี(-0.72%) ญี่ปุ่น(-0.53%) ไต้หวัน(-0.43%) มาเลเซีย(-0.27%) ส่วนตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ จีน(+0.2%) อินเดีย(+0.18%) ฟิลิปปินส์(+0.14%)

รัฐบาลจีนได้มีการปรับลดคาดการณ์ GDP ลงมาเหลือ 6-6.5% สำหรับปี 2562 แต่ทางการจีนได้ช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมโดยการปรับลด VAT ลง 3% เพื่อกระตุ้นในด้านการบริโภค ประเด็นดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากข้อพิพาทการค้าซึ่งจีนได้รับรู้ และแก้ไขโดยเริ่มจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยเร่งนำไปสู่การยุติข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐฯ

หุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้จากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวขึ้น มองตลาดภาคบ่ายแกว่งตัวในกรอบ 1,630-1,640 จุด กลยุทธ์การลงทุนเลือกซื้อหุ้นรายตัวในกลุ่มผลประกอบการเด่น และกลุ่มที่มีเงินปันผลสูงเพื่อต้านทานความผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงก่อนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 มี.ค.นี้

ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าติดตาม ในวันพุธติดตามตัวเลขสินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐฯประจำสัปดาห์โดยตลาดคาดการณ์เพิ่มขึ้น 2.84 ล้านบาร์เรล วันพฤหัสฯฝั่งยูโรโซนจะมีการรายงาน GDP ไตรมาส 4 โดยตลาดคาดการณ์ 1.2% YoY และการประชุมนโยบายการเงินของ ECB วันศุกร์ติดตามอัตาการว่างงานของสหรัฐฯเดือนก.พ. โดยตัวเลขคาดการณ์อยู่ที่ 3.9%

หุ้นแนะนำ BJC KKP STEC