5 วันอันตราย “สงกรานต์” ยอดดับพุ่ง 191 ราย พร้อมสั่งรับมือจราจรขากลับ

ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ วันที่ 5 เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง เสียชีวิต 30 ราย ยอดสะสม 5 วัน ดับรวม 191 ราย ด้าน รมว.ยุติธรรม สั่งคุมเข้มจราจรรับคนเดินทางกลับเข้ากรุง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” โดยพบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวน 192 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 202 คน และผู้เสียชีวิต 30 ราย

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ การขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ตามด้วยดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.46 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88 รองลงมาคือรถกระบะ ร้อยละ 10.17 และรถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 8.47 โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 77.08 และถนนในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือหมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 15.01 – 18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 23.96 รองลงมาคือ 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 19.79 และ 00.01 – 03.00 น. ร้อยละ 17.19 ส่วนกลุ่มอายุที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดคือช่วงอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 23.71

ด้านจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสูงสุดประจำวัน ได้แก่ จังหวัดแพร่ (เกิดเหตุ 16 ครั้ง, บาดเจ็บ 18 คน) ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี (3 ราย) ขณะที่ยอดสะสมอุบัติเหตุทางถนนช่วง 5 วัน (วันที่ 10-14 เมษายน 2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 911 คน และผู้เสียชีวิตรวม 191 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดยังคงเป็น จังหวัดแพร่ (เกิดเหตุ 45 ครั้ง, บาดเจ็บ 47 คน) ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 ราย)

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆ แม้จะมีบางส่วนยังคงอยู่ท่องเที่ยวต่อในพื้นที่ ส่งผลให้ถนนหลายสายมีปริมาณรถหนาแน่นและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ศปถ. จึงได้ประสานให้แต่ละจังหวัดปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาติดขัดคับคั่งในเส้นทางหลักและบริเวณที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สำหรับถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถโดยการเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ และปรับสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการเดินทาง พร้อมพิจารณาตั้งจุดตรวจและจุดบริการเพื่อป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย รวมถึงเข้มงวดการเรียกตรวจยานพาหนะในเส้นทางเสี่ยง โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางไกลที่มักใช้ความเร็วสูง ตลอดจนประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ

พร้อมกันนี้ ศปถ. ยังเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องสภาพอากาศ ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จึงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ อาจมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีสถานการณ์ฝุ่นควันสะสมเกินมาตรฐาน จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งและสวมหน้ากากอนามัย N95 เมื่อต้องอยู่ภายนอกอาคาร

Back to top button