เปิดกลยุทธ์สอยหุ้น“ทีวีดิจิทัล” ชู BEC-MCOT เด่นสุด โบรกฯเพิ่มคำแนะนำหลังหมดปัจจัยกดดัน!

เปิดกลยุทธ์สอยหุ้น“ทีวีดิจิทัล” ชู BEC-MCOT เด่นสุด โบรกฯเพิ่มคำแนะนำหลังหมดปัจจัยกดดัน!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับหุ้นทีวีดิจิทัลหลังจากที่เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา กสทช.ได้เปิดให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตตามคำสั่งคสช. โดยพบว่ามีผู้คืนใบอนุญาตจำนวน 7 ช่อง

โดย บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ “เท่าตลาด” โดย กสทช. เปิดเผย หลังจากสิ้นสุดเวลา 16.30 น ของวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ที่ต้องการคืนใบอนุญาตตามคำสั่ง คสช. มาตรา 44 มาแจ้งสิทธิการขอคืนช่อง และรับเงินชดเชย มีช่องทีวีดิจิตอลแจ้งความจำนงคืนใบอนุญาต จำนวน 7 ช่อง ประกอบด้วย 1.สปริงส์นิว 2.วอยซ์ทีวี 3.สปริง 26 4. MCOT Family 5.ไบรท์ทีวี 6.ช่อง 3 SD 7. ช่อง 3 Family ทำให้จะเหลือผู้ให้บริการทีวีดิจิตอล ช่องธุรกิจ 15 ช่อง

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ผู้ประกอบการที่แจ้งคืนช่อง ต้องส่งเอกสารผลประกอบการภายใน 60 วัน และแผนเยียวยาผู้ชมด้วยการขึ้นตัววิ่ง แจ้งให้ผู้ชมรับรู้ว่าจะยุติการบริการเมื่อไหร่ โดยต้องแจ้งอย่างน้อย 30 วัน ดังนั้นกระบวนการหลังแจ้งคืนช่องถึงยุติการให้บริการน่าจะอยู่ในเดือน ส.ค. นี้ จากนั้น กสทช.จะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประกอบการที่คืนช่อง

ทั้งนี้มองการเปิดทางคืนใบอนุญาตเป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่สำหรับผู้ประกอบการทีวีที่ประสบปัญหาขาดทุนและต้องการออกจากธุรกิจ แถมได้เงินก้อนคิดเป็นประมาณ 63-72% ของค่าใบอนุญาตที่จ่ายไปแล้ว จากที่ กสทช.แจ้งว่ามีการคืนช่องทั้งหมด 7 ช่อง ทำให้เหลือผู้ให้บริการ 15 ช่อง จากวันแรกที่เริ่มมีทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ในแง่ของเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลคาดว่าจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากช่องที่คืนใบอนุญาตส่วนใหญ่มีเรตติ้งอยู่ในระดับต่ำ มีเพียงช่อง 3 SD ช่องเดียวที่เรตติ้งติด 10 อันดับแรก  ดังนั้นเม็ดเงินโฆษณาที่เคยอยู่กับช่องที่คืนใบอนุญาตน่าจะถูกกระจายไปให้แก่ช่องที่ยังดำเนินธุรกิจต่อไม่มากนัก

สำหรับอนาคตธุรกิจทีวีดิจิตอลต่อจากนี้ คาดว่าในระยะสั้นผู้ประกอบทีวีที่ดำเนินธุรกิจต่อจะมีผลประกอบการดีขึ้นจากเม็ดเงินโฆษณามาจากช่องที่คืนใบอนุญาต และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ลดลงตาม ม.44 ส่วนภาพระยะยาวยังต้องเผชิญกับความยากลำบากต่อไป จาก Digital Disruption และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แม้จำนวนช่องทีวีจะลดลง เหลือ 15 ช่อง การแข่งขันในธุรกิจทีวีอาจลดลง แต่ เชื่อว่าเม็ดเงินโฆษณาจะถูกแบ่งไปให้กับสื่อรูปแบบออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ด้าน บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลแจ้งคืนช่องในระบบดิจิทัลทั้งหมด 7 ราย ได้แก่ ผู้ช่อง VoiceTV21 ช่องสปริงนิวส์ 19 ช่องสปริง 26 (Now26) ช่อง MCOT Family (14) ช่อง ไบรท์ทีวี20 ช่อง 13 แฟมิลี่ และช่อง 28 3SD ส่งผลบวกต่อผู้ที่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมแต่จำกัด เนื่องจากช่องที่คืนมีเรตติ้งที่ค่อนข้างน้อย และเม็ดเงินโฆษณาไม่ได้มากอยู่แล้ว ผลกระทบต่อผู้ที่คืนช่อง อย่าง BEC และ MCOT จะได้รับผลประโยชน์ 2 ต่อ คือ เงินชดเชย และค่าดำเนินงานที่จะหายไป

ทั้งนี้ มองว่าผลประกอบการของ BEC จะกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้งหลังจากคืนช่องที่ขาดทุนไป และกลับมาเน้นช่อง 3HD เพียงช่องเดียว มองว่ากำไรของ BEC จะบวกกลับมาปีนึงราว 800 ล้านบาท หนุนให้กำไรกลับไปสู่ระดับ 1,000 ล้านบาทครั้ง (EPS ที่ 0.50 บาท) หากอิง PER ที่ 20 เท่า จะได้ราคาเหมาะสมที่ 10 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” BEC (งบไตรมาส 1/62 ที่ผ่านมาอ่อนแอ แต่คาดเป็นจุดต่ำสุด)

 

ทั้งนี้ บล.เคที ซีมิโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ โดย  แนะนำ “Overweight” กลุ่ม Media & Publishing หลัง 7 ช่องทีวีดิจิทัล คืนใบอนุญาต ประกอบด้วย 1) ช่อง 3SD 2) ช่อง 3 Family 3) ช่อง MCOT Family 4) ช่อง Spring 26 5) ช่อง Spring News 6) ช่อง Bright TV และ 7) ช่อง Voice TV

ทั้งนี้ คาดว่า กสทช. จะต้องใช้เงินคืนราว 4 พันล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง 7 ราย โดย BEC จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่คืนใบอนุญาตทั้ง 2 ช่อง โดยเราคาดบริษัทจะได้รับเงินราว 1.1 พันล้านบาท และ NEWS ก็คืนใบอนุญาตทั้ง 2 ช่องเช่นกัน แต่จะได้รับเงินคืนน้อยกว่า BEC เนื่องจากบริษัทไม่ได้ถือหุ้นทั้งหมด 100% ในช่อง Spring 26

เรื่องน่าสนใจ