HANA-KCE เข้าไอซียู..!?

ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ !! กับผลประกอบการไตรมาส 1/62 ของ 2 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ที่ออกมาน่าผิดหวัง !!

สำนักข่าวรัชดา

ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ !! กับผลประกอบการไตรมาส 1/62 ของ 2 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ที่ออกมาน่าผิดหวัง !!

เพราะกำไรลดลงฮวบฮาบอย่างน่าใจหายทั้งคู่..!!!

โดย HANA กำไรสุทธิลดเหลือ 303.25 ล้านบาท ลดลง 45% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 553.44 ล้านบาท

ขณะที่รายได้จากการขายก็ลดลงอยู่ที่ 5,132 พันล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 5,194 พันล้านบาท

มรสุมชีวิตของ HANA นอกจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรง ค่าเสื่อมราคา และค่าเงินเดือนพนักงาน

ยังมีปัจจัยจากสงครามการค้าระหว่างฝรั่งบ้าอำนาจกับอาตี๋ใหญ่แดนมังกรที่ตีกันไม่หยุดหย่อนเข้ามากระทบเต็ม ๆ

เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ HANA ถ้าลูกค้าจีนมีปัญหาในการส่งออกไปสหรัฐฯ ก็จะกระทบชิ่งมาที่ HANA ด้วย

ส่วนอีกปัจจัยเป็นเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยไตรมาส 1/62 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 31.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้น 4% เทียบกับไตรมาส 4/61 อยู่ที่ 32.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

จึงฉุดให้กำไรหดหายไม่เป็นที่สบอารมณ์ของผู้ถือหุ้น…

ฟาก KCE ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่แตกต่างกัน กำไรสุทธิลดเหลือ 268.6 ล้านบาท ลดลง 50.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  541.6 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 3,113.9 ล้านบาท ลดลง 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 3,440.2 ล้านบาท

ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ไม่น้อย…

หลัก ๆ มาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้รายได้หายไป 111 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้น

กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือแค่ 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 25.84%

ทำให้แค่ช่วง 4 วันที่ผ่านมาหลังจาก HANA และ KCE แจ้งงบไตรมาส 1/62 (แจ้งงบพร้อมกันเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2562) ราคาหุ้น HANA ไหลรูดลงมาแล้ว 19% ส่วน KCE ก็ไม่น้อยหน้าราคาร่วงลงมา 18.87%

ล่าสุดวันศุกร์ที่ 17 พ.ค. HANA ที่ผ่านมา ราคาปิดตลาดที่ 24.90 บาท ปรับลดลง 2.60 บาท หรือคิดเป็นลดลง 9.45% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า

ส่วน KCE ราคาปิดตลาดที่ 17.20 บาท ปรับลดลง 1.60 บาท หรือคิดเป็นลดลง 8.51% เมื่อเทียบกับราคาปิดก่อนหน้า

ถือเป็นราคานิวโลว์รอบ 4 ปี เลยทีเดียว !!

เมื่อถามถึงการฟื้นตัวของหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ หนทางอาจดูมืดมน…

ตราบใดที่ฝรั่งบ้าอำนาจกับอาตี๋ใหญ่แดนมังกรยังไม่เลิกตีกัน

ผลประกอบการไตรมาส 1/62 ที่ว่าแย่แล้ว…ไตรมาส 2/62 จึงอาจแย่ได้อีก

กลายเป็นหุ้นที่ต้องเข้าห้องไอซียู ไม่รู้ต้องใช้ยาแรงแค่ไหนถึงจะฟื้นตัว

ดูแล้วอาการน่าห่วงจริงๆ !!

…อิ อิ อิ…