ผู้ว่าธปท.ยังไม่ทบทวนมาตรการคุมอสังหาฯ ยันอยู่ระหว่างเริ่มต้น-ไม่เข้มงวดเท่าตปท.

ผู้ว่า "แบงก์ชาติ" ยังไม่ทบทวนมาตรการคุมอสังหาฯหลังบังคับใช้ 1 เม.ย. ยันเกณฑ์อยู่ระหว่างเริ่มต้น-ไม่เข้มงวดเท่าตปท.

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.จะยังไม่ทบทวนหลักเกณฑ์ในมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่ ธปท.ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย.62 โดยจะขอติดตามสถานการณ์ไปอีกระยะ เนื่องจากเห็นว่าหลักเกณฑ์ของประเทศไทย ยังถือว่าเป็นแค่เริ่มต้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีมาตรการเข้มงวดมากกว่านี้

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของการออกมาตรการ LTV เพื่อต้องการควบคุมการเก็งกำไรของผู้ที่ทำธุรกรรมบ้าน ในสัญญาหลังที่ 2-3 เพื่อไม่ให้เก็งกำไรจนส่งผลต่อราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นจนเกินไป ซึ่งการออกมาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบแต่กลับจะส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรกที่จะซื้อบ้านในราคาที่ไม่สูงเกินไป ขณะเดียวกันหาก ธปท.ไม่ดูแลอาจทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เกิดปัญหาฟองสบู่ และมีปัญหาในวงกว้างตามมาได้

“มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธปท. จะไม่ส่งผลต่อผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก และเป็นการควบคุมไม่ให้สถาบันการเงินแข่งขันปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำๆ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเก็งกำไร เป็นการสร้าง demand เทียม และอาจเกิดปัญหาฟองสบู่ในอนาคต ยืนยันว่าเกณฑ์ของ ธปท.เป็นเกณฑ์เริ่มต้น เมื่อเทียบประเทศอื่น ที่มีการควบคุมดูแลเข้มงวดกว่านี้มาก” นายวิรไท กล่าว

พร้อมระบุว่า การชะลอตัวในสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินในขณะนี้ เกิดจากการเร่งขอสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวนมากไปตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 ต่อเนื่องมายังไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 ก่อนที่มาตรการ LTV จะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นจึงทำให้ยอดการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในเดือน เม.ย. และ พ.ค.ชะลอตัวลงไปบ้าง

โดยผู้ว่า ธปท.ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ว่า กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา และได้ติดตามสถานการณ์อยู่ เพราะธปท.ได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อออกหลักเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อให้สอดคล้องกับสัดส่วนรายได้ และสัดส่วนหนี้ที่ต้องสมดุลกัน เนื่องจากที่ผ่านมา สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยสินเชื่อเฉพาะผลิตภัณฑ์มากกว่าภาพรวมรายได้ของผู้ขอกู้ และความสามารถในการชำระหนี้ว่าเพียงพอหรือไม่

คำค้น