BJC ร่วงกว่า 4% โบรกฯมองธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องซบเซา กดดันกำไรไตรมาส 2/62 อ่อนตัว

BJC ร่วงกว่า 4% โบรกฯมองธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องซบเซา กดดันกำไรไตรมาส 2/62 อ่อนตัว โดย ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ระดับ 46 บาท ลบ 2 บาท หรือ 4.17% สูงสุดที่ระดับ 46.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 46 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 228.88 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ระดับ 46 บาท ลบ 2 บาท หรือ 4.17% สูงสุดที่ระดับ 46.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 46 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 228.88 ล้านบาท

ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องยังคงชะลอตัวในไตรมาส 2/62 เนื่องจากอยู่ระหว่างเปลี่ยนลูกค้าใหม่มาทดแทนคาราบาว (สัดส่วน 10-15% ของยอดขายกระป๋อง หรือคิดเป็น 1% ของยอดขายรวม BJC) โดยได้ลูกค้าใหม่แล้ว 1 รายตั้งแต่ไตรมาส 1/62 และจะมีลูกค้าใหม่ 2 รายในช่วงครึ่งหลังปี 62 คาดว่าจะทดแทนยอดขายกระป๋องให้กับคาราบาวได้

ขณะที่ธุรกิจขวดแก้วในไตรมาส 2/62 มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นโลว์ซีซั่น แต่ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากโรงงานขวดแก้วที่มาเลเซียกลับมาผลิตได้ตามปกติหลังจากการผลิตขัดข้องในปีก่อน

พร้อมกันนี้ คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/62 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1/62 แต่เติบโตจากไตรมาส 2/61 จากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่ฟื้นตัวจากการที่โรงงานมาเลเซียกลับมาผลิต และการขยายกำลังการผลิตของโรงงานในไทย

รวมทั้งได้ผลประโยชน์ทางภาษีของโรงงานใหม่ ขณะที่ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิของ BJC จะถูกกระทบจากการบันทึกประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 300 ล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษีเท่ากับ 240 ล้านบาท)

ส่วนผลประกอบการของ BigC คาดเติบโตดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 62 เช่นกันจากการขยายสาขามากขึ้น อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากการลดสัดส่วนยอดขาย B2B ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำ อีกทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายปิดสาขามินิบิ๊กซีมากเหมือนในไตรมาส 1/62 แนะนำ ซื้อ BJC ราคาเป้าหมาย (DCF) 65 บาท

Back to top button