SCB กลับมาแล้ว

วานนี้ช่วงเปิดตลาด ดัชนีตลาดหุ้นไทยลงไปแดนลบก็นึกว่าถึงเวลา “พักฐาน” ซะแล้ว

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

วานนี้ช่วงเปิดตลาด ดัชนีตลาดหุ้นไทยลงไปแดนลบก็นึกว่าถึงเวลา “พักฐาน” ซะแล้ว

แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นเพียงการ “พักตัว”

ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาก ระหว่าง 1,665.02–1,672.50 จุด ก่อนจะปิดที่ 1,671.11 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบางไปซักหน่อย หรือกว่า 44,224 ล้านบาท

ว่ากันว่า การพักตัวแบบนี้ มีนัยสำคัญได้ว่า โอกาสหุ้นจะลงไปแบบหนัก ๆ ในช่วงนี้ น่าจะยังไม่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้เคยเขียนบอกไปแล้วว่า แม้หุ้นไทยจะขึ้นมาหลายวันติดต่อกัน

ทว่า น่าจะยังจะไม่ถือว่าเข้าเขตซื้อมากเกินไป

สัญญาณทางเทคนิค หรือ RSI อยู่ในระดับ 62-63 เท่านั้น

หรือยังไม่ถึงระดับ 70 ที่เป็นตัวบ่งบอกว่า หุ้นเข้าเขตซื้อมากเกินไป โดยหาก RSI จะขึ้นไปถึง 70 นั่นหมายความว่า ดัชนีจะขึ้นไปบริเวณ 1,680 จุด

เมื่อวานนี้จะเห็นว่า แม้ดัชนีจะวิ่งขึ้นไปไม่ค่อยได้

แต่นักลงทุนพยายามหาหุ้นมาเล่นกัน โดยมีเป้าหมายหุ้นที่ราคายังขึ้นน้อยกว่ากลุ่ม หรือน้อยกว่าตลาด หรือหุ้นที่ยังแลกการ์ดนั่นเอง

ไทยพาณิชย์ หรือ SCB เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ว่านั้น

SCB เพิ่งจะถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักการลงทุน ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมา

กระทั่งราคาหุ้นลงไปต่ำบริเวณ 121.00 บาท

การปรับลดน้ำหนักของ MSCI ไม่ได้ดูจากพื้นฐานของหุ้นนั้น ๆ

ขณะที่ SCB มีข่าวปัจจัยบวกเกี่ยวกับผลประกอบการครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากแนวโน้มค่าฟีที่ดีขึ้น และต้นทุนการดำเนินงานจะลดต่ำลงจากโครงการทรานส์ฟอร์เมชัน

นี่ยังไม่รวมกับปัจจัยบวกเองขายหุ้น ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต หรือ SCBLife

ล่าสุด ผู้บริหาร SCB ออกมายืนยันดีลที่กำลังทำกับ FWD ว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 อย่างแน่นอน

ส่วนฝั่งนักวิเคราะห์จากหลายโบรกฯ ต่างดีดลูกคิด คำนวณกันว่า SCB น่าจะมีบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SCBLife ในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5–3.00 หมื่นล้านบาท

หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ เพราะดูเหมือนว่า FWD เองก็อยากได้หุ้นจริง ๆ

เพราะที่ผ่านมา FWD มีนโยบายการสร้างเติบโตแบบการเข้าซื้อกิจการอยู่แล้ว

SCB ยังมีเงินกองทุนที่เพียงพอและเกินกว่าเกณฑ์ของแบงก์ชาติที่กำหนดไว้ค่อนข้างมาก

Coverage ratio ปัจจุบันอยู่บริเวณ 155%

และนั่นเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการรับมือกับ IFRS 9 ที่จะเริ่มใช้ในต้นปี 2563

เมื่อวานนี้ราคาหุ้น SCB ขึ้นมาปิด 134.00 บาท สูงสุดในรอบกว่า 1 เดือนครึ่ง มูลค่าการซื้อขายกว่า 2,030 ล้านบาท

เห็นว่านักลงทุนสถาบันเข้ามาซื้อกันเยอะมาก สังเกตจากมีไม้ใหญ่ ๆ เข้ามาหลายไม้

ข้อมูลจาก settrade พบว่า มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) Cover หุ้น SCB ไว้จำนวน 6 บริษัท แนะนำซื้อ 4 บริษัท และถือ 2 บริษัท

ราคาเป้าหมายสูงสุด 155.00 บาท และต่ำสุด 137.00 บาท

และมี  IAA Consensus Target Price อยู่ที่ 147.00 บาท ถือว่าราคาหุ้นที่ปิดเมื่อวานนี้ ยังมีอัพไซด์อยู่พอสมควร

SCB ยังเป็นเป้าหมายการกลับเข้ามาซื้อหุ้นของกองทุนประเภท Active fund ด้วย

สังเกตได้ว่าปริมาณการซื้อหุ้น SCB ผ่าน NVDR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยนะ

แต่ก็อย่างว่าล่ะ กองทุนต่างชาติประเภท Active fund อาจไม่ได้ลงทุนแบบระยะยาวมากนัก หรืออาจจะ 3-5 เดือน จึงต้องระวังเรื่องการขายทำกำไร

มีประเด็นน่าสนใจเพิ่มเติมสำหรับราคาหุ้นของ SCB

เพราะหลังจากราคาลงไปต่ำที่ 121 บาท

หลังจากนั้น ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาโดยตลอด หรือในช่วง 16 วัน (ทำการ) ราคาหุ้น SCB ปรับลงเพียงวันเดียวเท่านั้น (-1.50 บาท)

ส่วนวันที่เหลือนอกจากนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นบวก หรือไม่ก็ราคาปิดเท่ากับวันก่อนหน้า

P/BV ปัจจุบันของบ SCB อยู่ที่ 1.04 เท่า และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.5%

ราคาแนวต้านของ SCB ระยะสั้นอยู่บริเวณ 135-137 บาท

และหากผ่านไปได้ ต้านถัดไปคือ 140-145 บาท

SCB เริ่มกลับมาน่าสนใจแล้ว