VGI–SPI บุกสะดวกซื้อลอยฟ้า.!

การประกาศจับมือกันระหว่างบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นดีลที่น่าจับตา !!

สำนักข่าวรัชดา

การประกาศจับมือกันระหว่างบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นดีลที่น่าจับตา !!

โดยบริษัทร่วมทุนดังกล่าว จะมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โครงสร้างการถือหุ้น VGI ถือหุ้นในสัดส่วน 30% และกลุ่มสหพัฒน์ฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 70% (แบ่งเป็นบริษัท สห ลอว์สัน จำกัด (SL) ถือสัดส่วน 60% และ SPI ถือสัดส่วน 10%)

ที่ว่าน่าจับตา เพราะเป็นดีลที่ยักษ์ใหญ่สองค่ายมาจับมือเป็นสตราทิจิก พาร์ตเนอร์กัน…

VGI เป็นเจ้าพ่อสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยมีสนามบิน และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ อยู่ภายใต้การบริหารอีกด้วย

ขณะที่กลุ่มสหพัฒน์ฯ เป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทย และมีแบรนด์ร้านสะดวกซื้อ “ลอว์สัน 108” อยู่ในมือ

VGI และกลุ่มสหพัฒน์ฯ มีแผนจะเปิดร้านลอว์สัน 108 บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 30 สถานี

เริ่มจากสถานีทองหล่อเป็นแห่งแรก…

แต่อย่าลืมว่า…อนาคตหากเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (ส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) เมื่อไหร่ ??

คงไม่หยุดอยู่แค่ 30 สถานีแน่ ๆ มีโอกาสที่ร้านลอว์สัน 108 จะขยายไปเปิดบนสถานีรถไฟฟ้าเหล่านั้นด้วย

หากถึงเวลานั้นจริง…คิดดูว่าร้านลอว์สัน 108 จะปั๊มเงินให้กับ VGI และกลุ่มสหพัฒน์ฯ ได้มากขนาดไหน เพราะตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีทราฟฟิกสูง

นี่ยังไม่นับรวมถึงโอกาสที่จะขยายไปเปิดในสนามบิน และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ VGI อีกนะ

ในมุมของ VGI นอกจากจะรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนแล้ว

สิ่งที่น่าจะมีมูลค่ามากกว่า…น่าจะมาจากการนำแรบบิทมาเป็นช่องทางการชำระเงิน เช่น บัตรแรบบิท และ Rabbit LinePay

ซึ่งจะทำให้ VGI สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้า และนำเสนอบริการที่หลากหลาย

โดยเฉพาะสื่อโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายทั้งภายนอกและในบริเวณร้านลอว์สัน 108

จะบอกว่า ในยุคที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น การมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือ มีค่ายิ่งกว่าทองคำอีกนะ…

เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

เห็นมั้ยว่า !! วิธีคิดของ “เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์” นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

ฟากกลุ่มสหพัฒน์ฯ ก็จะได้มีจุดระบายสินค้าในเครือผ่านร้านลอว์สัน 108 มากขึ้น

ที่ชัดสุดเห็นจะเป็นสินค้ากลุ่มอาหารเช้า เช่น แซนด์วิช ขนมปังฟาร์มเฮาส์ ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองกรุงที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสกว่า 7 แสนคนต่อวัน

แล้วเงินจะไปไหนเสีย…ถ้าไม่เข้ากระเป๋า VGI และกลุ่มสหพัฒน์ฯ !!

เกมนี้จึง win-win กันทั้งสองฝ่าย !!

แหม๊…ชักอยากเห็นร้านสะดวกซื้อลอยฟ้าแล้วล่ะซิ…

…อิ อิ อิ…