
PRM ตื่นตูมเทนเดอร์.!
เป็นหุ้นเดินเรือที่นอนแช่แป้งมาพักใหญ่ ซื้อขายกันที่ 6-7 บาทเศษมาแรมปีแล้ว สำหรับบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM
เป็นหุ้นเดินเรือที่นอนแช่แป้งมาพักใหญ่ ซื้อขายกันที่ 6-7 บาทเศษมาแรมปีแล้ว สำหรับบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM แต่พลันที่บริษัท นทลิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกาศตั้งโต๊ะเทนเดอร์หุ้นจำนวนไม่เกิน 155.56 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.01% ที่ราคาหุ้นละ 9.00 บาท เป็นระยะเวลา 12 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 2569 ถึงวันที่ 14 พ.ค. 2569 ผ่านตัวแทนรับซื้อหลักทรัพย์ คือ บล.กสิกรไทยเท่านั้นแหละ
หุ้น PRM ก็วิ่งกระจุยกระจาย โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 10 เม.ย. 2569 (วันประกาศเทนเดอร์) ราคาพุ่งไป 10.06% ปิดตลาดที่ 8.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่อุ่นหนาฝาคั่งกว่า 813.33 ล้านบาท จากเดิมทีซื้อขายกันวันละไม่กี่สิบล้านบาทเท่านั้น
เกิดเป็นปรากฏการณ์ PRM ตื่นตูมเทนเดอร์..!!
แต่ดูท่าจะตื่นตูมกันแค่ช่วงสั้น ๆ นะ เพราะเปิดทำการมาในวันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. ราคาหุ้นปรับขึ้นแค่ 0.57% ปิดตลาดที่ 8.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 95.43 ล้านบาท ส่วนวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ปิดตลาดที่ 8.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 48.71 ล้านบาท
สงสัยสงครามในสนามรบ PRM จะจบในวันเดียวกระมัง…ไม่ได้ยืดเยื้อเหมือนสงครามในตะวันออกกลางอ๊ะนะ..!!
ว่าแต่ทำไมจู่ ๆ “นทลิน” ต้องตั้งโต๊ะเทนเดอร์หุ้น PRM ด้วยละ..?? อันนี้น่าคิด…
ปกติการตั้งโต๊ะเทนเดอร์ จะมี 4 วัตถุประสงค์หลัก 1) เพื่อครอบงำกิจการ โดยเป็นการซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มากพอจะทำให้มีอำนาจควบคุมการบริหารกิจการนั้น ๆ ได้
2) ทำตามกฎหมาย เมื่อผู้ซื้อได้หุ้นจนถึงระดับที่กฎหมายกำหนด เช่น 25%, 50% หรือ 75% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด กฎหมายหลักทรัพย์กำหนดให้ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อยให้มีโอกาสตัดสินใจว่าจะถือหุ้นต่อภายใต้การบริหารใหม่หรือไม่
3) เพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาด หากบริษัทต้องการซื้อหุ้นคืนทั้งหมดเพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องทำ Tender Offer เพื่อรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมดก่อน
และ 4) ปรับโครงสร้างธุรกิจ การเข้าถือหุ้นเพิ่มเพื่อปรับโครงสร้างการบริหาร หรือกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการถือหุ้นเพิ่ม
แต่ในเคสของ “นทลิน” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ PRM ด้วยสัดส่วน 61.07% อยู่แล้ว ซึ่งมีอำนาจในการบริหารและกำหนดทิศทาง PRM อยู่ในมือ “นทลิน” อยู่แล้ว…
ขณะที่การตั้งโต๊ะเทนเดอร์ครั้งนี้ ไม่ได้ซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายอื่น เพื่อเพิกถอนออกจากตลาดฯ นะ เนื่องจากซื้อหุ้นเพียง 7.01% เท่านั้น แถมตั้งใจจะไม่ให้เข้าเกณฑ์ถือหุ้นเกิน 75% ด้วย เพราะภายหลังซื้อหุ้นแล้ว “นทลิน” จะยังถือหุ้นน้อยกว่า 75.00% ทำให้ไม่ต้องเทนเดอร์หุ้นที่เหลือตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แล้วไม่ใช่เพื่อการปรับโครงสร้างธุรกิจด้วย
งั้น “นทลิน” ทำไปเพื่ออะไร..??
โอเค…การซื้อหุ้นเพิ่มของผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อการลงทุนในระยะยาว เป็นเรื่องที่ดี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน…อันนี้ไม่เถียง
แต่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ด้วยการตั้งโต๊ะเทนเดอร์เลยเหรอ..?? ไล่เก็บหุ้นในกระดานก็ได้นะ
มันเลยทำให้การตั้งโต๊ะเทนเดอร์หุ้น PRM ของ “นทลิน” ครั้งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่ามีนัยแอบแฝงนะสิ..!?
บ้างก็มองว่าเป็นกลเกมดันราคาหุ้นอ๊ะป่าว..?? เพราะทันทีที่ประกาศเทนเดอร์ปุ๊บ…หุ้น PRM วิ่งปั๊บ..!!
อันนี้เป็นเรื่องที่เค้าเมาท์มอยกัน…อิฉันแค่หยิบมาบอกกล่าวอีกทีนะเจ้าคะ
ส่วนจะจริงเท็จเป็นประการใด…มิอาจทราบได้
แต่ตอนนี้หลายคนคงมีคำถามว่า ควรขายหุ้น PRM ให้ “นทลิน” ดีมั้ย..?? หรือถือหุ้นต่อไป..??
มีคำแนะนำจากบล.ทิสโก้ ระบุว่า การขายเข้าเทนเดอร์ จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ lock in กำไรที่ราคา 9.00 บาท ส่วนนักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาถือต่อ เนื่องจาก 1) กำไรปกติปี 2569-2570 ยังเป็นขาขึ้น 2) Dividend yield ที่ราคา 8.60 บาทยังสูงถึง 6.3% สำหรับปี 2569 และ 3) การซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ (dry-dock) น้อยลงมากในปี 2569 เหลือ 12 ลำ จาก 26 ลำในปีก่อน
จะเลือกทางไหน..?? ก็เอาที่สบายใจละกัน
…อิ อิ อิ…