บลูชิพไม่ฟื้น

*เมื่อเห็นตลาดหุ้นขึ้นมายืนเหนือจุดที่ “โมนิก้า” เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความมั่นใจกว่าเดิมว่าการเล่นหุ้นเที่ยวนี้จะมีโพสิชั่นที่ดีขึ้น ถึงได้เห็นนักเล่นหลายกลุ่มแสดงอาการดีใจออกนอกหน้า ด้านหุ้นบลูชิพออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็กลายมาเป็นหุ้นที่กดดัชนีอีกครั้งถึงยังไม่เห็นการฟื้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะการที่ดัชนียังยืนแดนบวกได้ มาจากแรงซื้อหุ้นเล็กล้วน ๆ เจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*เมื่อเห็นตลาดหุ้นขึ้นมายืนเหนือจุดที่ “โมนิก้า” เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความมั่นใจกว่าเดิมว่าการเล่นหุ้นเที่ยวนี้จะมีโพสิชั่นที่ดีขึ้น ถึงได้เห็นนักเล่นหลายกลุ่มแสดงอาการดีใจออกนอกหน้า ด้านหุ้นบลูชิพออกอาการกระดี๊กระด๊าได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็กลายมาเป็นหุ้นที่กดดัชนีอีกครั้งถึงยังไม่เห็นการฟื้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะการที่ดัชนียังยืนแดนบวกได้ มาจากแรงซื้อหุ้นเล็กล้วน ๆ เจ้าค่ะ

*ด้วยเหตุนี้ถึงยังได้เห็นแรงขายหุ้นจากนักลงทุน 2 กลุ่ม คือรายย่อยและโบรกเกอร์ในท้ายตลาดฉุดให้ดัชนีลดความร้อนแรงลงมาปิดที่ 1,740.45 จุด ปรับตัวขึ้น 1.02 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 6.91 หมื่นล้านบาท แต่การยืนอยู่เหนือแนวต้าน 1,740 จุด “โมนิก้า” ถือเป็นปัจจัยบวกของการเล่นรอบใหม่ที่ทำให้น่าลุ้นต่อว่าแรงซื้อที่เคยคิดไว้น่าจะไหลเข้ามาต่อเนื่องเป็นวันที่สามหรือไม่ ? เพราะแรงซื้อจากต่างชาติยังเป็นกลุ่มหลักที่หลายคนมองเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเล่นหุ้นเที่ยวนี้นะเจ้าคะ

*ถึงกระนั้น “โมนิก้า” ยังอยากให้ทุกคนยึดปัจจัยพื้นฐานเป็นที่ตั้งก่อนเคาะขวาแบบสุดซอย เพราะหุ้นที่มีแบ็กอัพเรื่องตัวเลขกำไรจะวิ่งยาวกว่าหุ้นตัวอื่น รวมทั้งทำให้คนที่ถือหุ้นเกิดความอุ่นใจมากขึ้นกว่าเดิม เดี๊ยนถึงพยายามมองการลงทุนมีทั้งด้านบวกและด้านลบไปพร้อมกันเพื่อทำให้มิตรรักแฟนเพลงสามารถจัดการพอร์ตลงทุนได้ดีกว่าเดิม และยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงอีกด้วยนะจ๊ะขอบอก

*อย่างในรายของ PPPM ยังเป็นการเคลื่อนไหวแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ล่าสุดราคาทะยานขึ้นมารอบใหม่ หลังจากนักเล่นเฮโลกันตามไปเก็บเข้าพอร์ตเป็นขบวน หุ้นจึงวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.98 บาท บวกไป 0.34 บาท หรือขึ้นไป 12.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 71.29 ล้านบาท หากใครที่ไหวตัวทันจะมองเห็นว่าการไล่ราคาขึ้นมาถึงระดับนี้ มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะโดนขายทำกำไรออกมาอีก นอกเสียจากว่าจะสามารถไต่ขึ้นไปทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ราคา 3.22 บาทให้ได้ โพสิชั่นถึงจะเปลี่ยนเจ้าค่ะ

*ส่วนหุ้น AMATA หลังพักตัวนาน ล่าสุดสัญญาณทางเทคนิคมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง การปิดที่ระดับ 24.50 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 2.51% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 799.56 ล้านบาท ทำให้รู้สึกว่าเทรนด์หุ้นมาดี จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวที่สามารถดันขึ้นมาจนหลุดแนวต้านสำคัญที่ 24.40 บาทขึ้นไปได้เป็นสัญญาณที่ดีทางเทคนิค งานนี้รับรองหุ้นมีโอกาสวิ่งยาวแน่นอนเจ้าค่ะ

*ในรายของ OSP หลังจากไต่ขึ้นมาทุบ All Time High ต่อเนื่อง ล่าสุดมีแรงทุบลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 35.50 บาท ก่อนจะมีคนเข้ามาเก็บของจนทำให้หุ้นกลับมาปิดที่ระดับ 36.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.02 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองว่าจะยังได้เห็นแรงซื้อกลับมาที่หุ้นตัวนี้อีกแน่นอน เหตุผลหลักที่ทำให้นักเล่นต้องคอยเก็บเข้าพอร์ตคงหนีไม่พ้นเรื่องผลดำเนินงานที่มีสตอรี่ให้ติดตามอีกเยอะ ทำให้เห็นแวลูแบบชัดเจนยังไงล่ะคะ

*หุ้นยางตัวจี๊ดอย่าง NER พรวดพราดขึ้นมาตามความชัดเจนการเมือง ด้วยความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พ่วงด้วยกำไรไตรมาส 2 ที่ว่ากันว่าจะโตกระฉูดจากต้นทุนผลิตต่ำเสริมด้วยกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น การที่ราคากระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.74 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 6.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 504.69 ล้านบาท “เดี๊ยน” มองว่ามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 2.90 บาทยังไงล่ะจ๊ะ

*ด้าน CHAYO ราคาทะยานขึ้นไม่หยุด ล่าสุดมาปิดที่ระดับ 5.15 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 155.73 ล้านบาท นิวไฮในรอบ 8 เดือน หลังได้แรงหนุนจากกำไรไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะออกมาฟู่ฟ่า “โมนิก้า” ถือเป็นหุ้นเล็ก Growth stock จริง ๆ ใครที่เล็ง ๆ หุ้นรายนี้ไว้รับรองไม่ผิดหวังเพราะรอบนี้มีเป้าสูงแถว ๆ 6.06 บาท อัพไซด์เหลืออีกเพียบ ใส่สุดซอยไปเลยเจ้าค่ะ

*ปิดท้ายกันที่ AGE หลังจากข่าวคราวเงียบหายไปนาน วานนี้ได้เห็นราคาวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1.07 บาท บวกไป 0.03 บาท หรือขึ้นไป 2.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12.49 ล้านบาท จุดที่ทำให้หุ้นกลับมาเป็นที่น่าสนใจ เป็นเรื่องของการเบนหัวเรือไปด้านโลจิสติกส์ ด้วยการหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นตัวผลักดันผลงานให้เติบโตแข็งแกร่ง ด้านสัญญาณเทคนิคก็ดูจะไปต่อได้ไม่ยาก หากนักลงทุนจะเข้าซื้อเก็งกำไร “โมนิก้า” ยังปล่อยไฟเขียวเจ้าค่ะ