ลงให้ซื้อ

*หากมองสถานการณ์ของข่าวสารที่แพร่กระจายทั่วห้องค้าในช่วงตลาดหุ้นผันผวน “โมนิก้า” ก็ต้องยอมรับโดยดุษฎีบัณฑิตว่า ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวทั้งนั้น เลยทำให้บรรดาแมงเม่าเกิดอาการวิตกจริตกันยกใหญ่ พร้อมกับหันมาใช้วิธีชะลอลงทุนเพื่อรอดูเรื่องราวต่าง ๆ ให้นิ่งเสียก่อนนั้น เดี๊ยนถือเป็นเรื่องที่นักเล่นประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำนะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากมองสถานการณ์ของข่าวสารที่แพร่กระจายทั่วห้องค้าในช่วงตลาดหุ้นผันผวน “โมนิก้า” ก็ต้องยอมรับโดยดุษฎีบัณฑิตว่า ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวทั้งนั้น เลยทำให้บรรดาแมงเม่าเกิดอาการวิตกจริตกันยกใหญ่ พร้อมกับหันมาใช้วิธีชะลอลงทุนเพื่อรอดูเรื่องราวต่าง ๆ ให้นิ่งเสียก่อนนั้น เดี๊ยนถือเป็นเรื่องที่นักเล่นประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำนะจะบอกให้

*เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศก็ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ (สามวันดีสี่วันไข้) แถมปัจจัยในประเทศก็ถูกรุมเร้าด้วยข่าวมาตรการสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินบาท รวมทั้งการเทขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของกองทุนตัวจี๊ด ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้นักเล่นเกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการประคองตัวของดัชนี ก่อนจะปิดที่ระดับ 1,723.44 จุด บวกไป 4.59 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.47 หมื่นล้านบาท มันใช่จุดเก็บของหรือยัง ? เจ้าค่ะ

*ขอย้ำว่า..จุดเก็บของใช่ตรงนี้หรือเปล่า ? เพราะเมื่อไล่เรียงดูจากสัญญาณทางเทคนิคตั้งแต่ Modified Stochastic ต่อเนื่องถึง RSI รวมทั้ง MACD ล้วนอยู่ในทิศทางโค้งตัวลงเหมือนกันหมดทุกตัว “โมนิก้า” คงต้องบอกให้นักเล่นใจเย็นไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนทำอะไร เพราะตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วงทดสอบแรงเทขาย ซึ่งตอนนี้เห็นกันแล้วว่า แรงเทขายยังไม่สะเด็ดน้ำสักทีเดียวนะจ๊ะ

*ประเด็นดังกล่าวดูได้จากสถานการณ์ของแบงก์ยักษ์ใหญ่ BBL ถูกเทขายต่อเนื่องนานถึง 3 เดือนแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างแน่นอน และเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับงบไตรมาส 2 อย่างแน่นอน หุ้นถึงซึมลงจากระดับ 210 บาทมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 192.50 บาท ลบไป 0.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 910 ล้านบาท เดี๊ยนถึงไม่เห็นโอกาสที่หุ้นจะดีดกลับในเร็ววันไงล่ะคะ

*เหมือนกับในรายของ ERW ทรุดตัวลงต่อเนื่อง จนฟอร์มตัวเป็น double bottom บริเวณราคา 6 บาท “โมนิก้า” ตีความได้ทันทีว่า มันเป็นไฟต์บังคับที่หุ้นจะต้องเด้งกลับ หากไม่เป็นเหมือนที่ประเมินไว้ หุ้นจะลงไปลึกกว่าเดิมอย่างแน่นอน วันนี้ถึงต้องประเมินการยืนปิดที่ระดับ 6.15 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 126 ล้านบาท เหมาะต่อการช้อนจริงไหม ?..อิอิอิ

*สำหรับในรายของ SQ อาจไม่ได้เสียทรงจนกู่ไม่กลับ แต่ด้วยแพตเทิร์นไซด์เวย์อัพ ย่อมเป็นช็อตของการเคาะสั้น ๆ เพื่อทำรอบมากกว่า ซึ่งเที่ยวนี้มีจุดหลักที่ต้องติดตามดูด้วยกัน 3 จุด ไล่เรียงตั้งแต่ 2.98 บาท ต่อมาเป็น 2.82 บาท และจุดสุดท้าย 2.62 บาท “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นมองอาการของหุ้นที่เริ่มเป๋ให้เห็นวานนี้ จนสุดท้ายลงมาปิดที่ 3 บาท ลบไป 0.08 บาท หรือลงไป 2.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 61 ล้านบาท ควรไปรอรับหุ้นตรงจุดไหนน่ะซี

*เช่นเดียวกับในรายของน้องแอ่นแอ๊น ANAN พยายามวิ่งฝ่าแนวต้านบริเวณ 4 บาท ทั้งหมด 2 ครั้ง ในรอบ 3 เดือน แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักที จนราคาหุ้นไหลลงมาเรื่อย ๆ ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ 3.78 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่แห้งเหือดแค่ระดับ 30 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของสตอรี่ไม่แจ่มแจ้งแดงแจ๋เหมือนกับคู่แข่ง จึงน่าเสียดายมาก ๆ ที่หุ้นพื้นฐานแกร่งเทรดบนค่า P/E 5 เท่าเองจ้า !

*ส่วนรายที่เผลอทีไร กระชากขึ้นทุกทีอย่าง PLANB กลายเป็นช็อตที่ต้องมองดูกันยาว ๆ เพราะตั้งแต่ได้พาร์ตเนอร์ใหม่เข้ามาร่วมหัวจมท้าย แวลูทางธุรกิจและตัวหุ้นก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงต้องยกให้เป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนดีสุดในปี 2562 เพราะเมื่อมองดูกันยาว ๆ จะเห็นว่าเกมหุ้นคงไม่จบอยู่แค่นี้แน่ ๆ และการยืนปิดที่ระดับ 8.70 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 1.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 268 ล้านบาท น่าจะเป็นการไล่ราคารอบใหม่นะจ๊ะ

*สำหรับในรายของพ่อดอกมะลิ JAS เกิดกระแสเม้าท์หนาหูว่า ดีแทคเป็นอีกรายที่กำลังกระโดดเข้ามาเทกโอเวอร์ จากก่อนหน้านี้มีข่าวพัวพันกับเอไอเอสมาพักใหญ่ ๆ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับเกาะติดหุ้นตัวนี้มากเป็นพิเศษ เพราะการยืนปิดที่ระดับ 7.85 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 1.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 665 ล้านบาท น่าจะเป็นการสื่อให้เห็นว่า คงมีอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่นะจะบอกให้

*ทางด้านดาวรุ่งผีพุ่งใต้อย่างหุ้น SGF ยังคงมีเอกลักษณ์ “ไปไม่ลา มาไม่ไหว้” เหมือนเช่นที่ผ่านมา หุ้นถึงกระชากขึ้นมาปิดที่ 1.21 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 26% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 175 ล้านบาท ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้ “โมนิก้า” มองไม่เห็นความแตกต่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นอะไรมากมายกว่าที่เป็นอยู่ เพราะของมันแบเบอร์มาตั้งแต่เริ่มมีการเคาะขวารัว ๆ จนแท่งเทียนสีเขียวโผล่โด่เด่ขึ้นมาโดด ๆ น่ะซี