หุ้นสื่อลุ้นรับอานิสงส์เม็ดเงินโฆษณาฟื้นครึ่งปีหลัง

ด้วยเม็ดเงินโฆษณาของเดือนมิถุนายนเริ่มฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับตัวสื่อโฆษณานอกบ้านที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อกลุ่มสื่อโฆษณา

เส้นทางนักลงทุน

จากข้อมูล บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) รายงานภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาของเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา สื่ออุตสาหกรรมโฆษณาของไทยเริ่มฟื้นตัว เพิ่มขึ้น 2.9% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังหดตัวอยู่ที่ 5.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เม็ดเงินโฆษณารวม 6 เดือนแรกลดลง 2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงในทุกสื่อ ยกเว้นสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1 จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ด้วยเม็ดเงินโฆษณาของเดือนมิถุนายนเริ่มฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับตัวสื่อโฆษณานอกบ้านที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อกลุ่มสื่อโฆษณา

สิ่งสำคัญนักวิเคราะห์บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่าจะเห็นการปรับตัวที่ดีขึ้นของเม็ดเงินโฆษณารวมอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จากการจัดตั้งรัฐบาลที่แล้วเสร็จ

โดยประเมินว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคจากภาครัฐบาลใหม่นี้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ Fast Moving Consumer Goods (FMCG) คือ สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่เกิดความมั่นใจและเริ่มใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการบริโภค

ทั้งนี้คาดหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 คือ 1.กลุ่มทีวีดิจิทัล 2.สื่อโฆษณานอกบ้าน

 

สำหรับหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลซึ่งยังคงเป็นสื่อหลักในการโฆษณาที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK  และ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS

ส่วนหุ้นกลุ่มโฆษณานอกบ้านที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB และบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI โดยที่กล่าวมายังคงเลือก WORK และ PLANB เป็น Top pick  ของกลุ่ม

 

ในส่วนของ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ประเมินว่าผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2562 จะเติบโตโดดเด่นอยู่ที่ 280 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 338% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จาก 1) รายได้ WPTV ที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกจากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว และเรตติ้งของ WORK ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น  2) รายได้จากการขายสินค้าและบริการที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง จากการเพิ่มหมวดสินค้าที่ทำให้เกิดการซื้อซ้ำมากขึ้น เช่น กาแฟสำเร็จรูป, อาหารเสริม ซึ่งปัจจุบันรายได้จาก Hello Shop จะอยู่ที่ 700,000 บาทต่อวัน โดย Product mix ส่วนใหญ่จะเป็น Fashion (45%)

3) รายได้จากธุรกิจ Event ที่ขยายตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกจากงานราชการที่เพิ่มขึ้น 4) รายได้ธุรกิจคอนเสิร์ตที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก จาก Line-Up ของคอนเสิร์ตส่วนใหญ่อยู่ในครึ่งหลังของปี 2562 และ 5) รับรู้ Amortisation จาก ม. 44 ที่ลดลงของ Digital TV License เต็มไตรมาส 3/2562-ไตรมาส 4/2562

ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 36.00 บาท (จากเดิมที่ 27.00 บาท) อิง DCF ราคาเป้าหมายใหม่คิดเทียบเท่า 2563 PER ที่ 28.6 เท่า ยังคงเลือก WORK เป็น Top pick สำหรับหุ้นกลุ่มมีเดีย จากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป

 

ขณะที่ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB คาดการแนวโน้มกำไรสุทธิครึ่งหลังของปี 2562 จะอยู่ที่ 817 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 35%  จากงวดเดียวกันของปีก่อน และ 38% จากครึ่งปีแรก จาก 1) รับรู้รายได้จาก Synergy กับ VGI ผ่านการขาย Bundling package คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 150 ล้านบาท โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จาก Bangkok takeover และ bundling package อื่น ๆ ตั้งแต่เดือน ก.ค. โดย PLANB ตั้งเป้ารายได้ที่ 200 ล้านบาท หากได้เป้าหมายตามบริษัทฯ คาดจะเป็น Upside ต่อประมาณการ

2) ได้ประโยชน์เม็ดเงินโฆษณากลุ่มสื่อโฆษณานอกบ้านที่จะขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการใช้งบโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อรอความชัดเจนทางการเมือง และมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มองว่าการขยาย  Media capacity อย่างต่อเนื่องของ PLANB จะช่วยให้ PLANB สามารถ capture เม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2562

3) GPM ขยายตัวจาก Utilization rate ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 78-79% จาก High season และการขาย Bundling package with VGI 4) รายได้จาก Engagement marketing ทั้ง Sport & Music Marketing เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้คาดการณ์ปี 2563 มองว่าเป็นปีทองของ PLANB ประเมินกำไรสุทธิที่ 997 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 22% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากสมมติฐาน 1) รายได้ขยายตัวต่อเนื่อง 16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 5,640 ล้านบาท จากการขยาย Media capacity 15% จากงวดเดียวกันของปีก่อน, Utilization rate อยู่ที่ 79%, รับรู้รายได้จากการขาย Bundling package กับ VGI เต็มปี คาดรายได้อยู่ที่ 340 ล้านบาท, รายได้จาก Engagement marketing ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 940 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน)

2) GPM ขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 36% (จาก 35.2% ในปี 2561) และ3) Selling expenses ที่ปรับตัวลดลงจาก Synergy กับ VGI

ด้วยในปี 2563 มองว่าอาจเป็นปีที่ดีต่อเนื่องของ PLANB เป็นปีที่ก้าวสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมาย 9.60 บาท

 

สรุปเลือก PLANB และ WORK เป็น Top pick กลุ่ม Media ชอบ PLANB จากแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/2562 ที่ยังคงขยายตัวจากไตรมาสก่อน และจากงวดเดียวกันของปีก่อน อีกทั้ง OOH Media ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก

สำหรับ WORK มองว่ากำไรสุทธิของ WORK จะเริ่ม Turnaround ในปีนี้ และเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ CAGR 24.45% ปี 2562-2563 โดยชอบการปรับผังรายการใหม่ของ WORK ซึ่งน่าสนใจ คาดหนุนเรตติ้งฟื้นตัว โดย Key risk คือ เม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัวช้า,เศรษฐกิจชะลอตัว

ผลดังกล่าวส่งผลให้ทั้ง PLANB, WORK ยังเป็นดาวเด่นของกลุ่ม…แถมยังมีอัพไซด์ให้ลงทุนอีกด้วย!!!