SGP จะดีขึ้น?

ภาพรวมผลประกอบการ SGP ยังคงเติบโต และถือเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดี ขณะที่ข้อมูลผู้บริหารมองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/62 จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้

คุณค่าบริษัท

จากข้อมูลผู้บริหาร บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2562 จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ หลังจากในช่วงไตรมาส 2/2562 มีผลขาดทุนสุทธิ 126 ล้านบาท

เนื่องจากในครึ่งปีหลังมองว่ามีความต้องการใช้ก๊าซ LPG ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้วยเป็นช่วงไฮซีซั่น และเชื่อว่าราคาก๊าซ LPG จะไม่ปรับตัวลดลงไปมากแล้ว แม้ว่าอาจเห็นปรับตัวลงบ้างแต่ก็คงเป็นอัตราที่แคบลง

ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้จะเติบโต 10% หรือมาอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท และมีปริมาณการขายอยู่ที่ 3.77 ล้านตัน จากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 1.85 ล้านตัน และครึ่งปีหลังนี้ก็น่าจะทำได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เป็นไปตามการเติบโตทั้งในต่างประเทศและในประเทศ

ประกอบกับได้วางเป้าหมายปริมาณการขายในประเทศจีนปีนี้ไว้ที่ 1.3 ล้านตัน โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 6.2 แสนตัน และคาดครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงของไฮซีซั่น และตั้งเป้าปริมาณการขายในบังกลาเทศประเภทซื้อมาขายไป (Trading Business) ที่ 1.15 ล้านตัน จากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 6.27 แสนตัน

รวมถึงตลาดเวียดนาม ปริมาณการขายก็ปรับตัวดีขึ้น หลังจากคู่แข่งยกเลิกการใช้วิธีลดราคาเพื่อดึงดูดดีมานด์และมีการปรับราคาขึ้น ทำให้ราคาขายเท่ากับ SGP โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายในเวียดนามไว้ที่ 4.5 หมื่นตัน จากครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 3 หมื่นตัน ซึ่งน่าจะทำได้เกินเป้าหมาย

นอกจากนี้ การขายก๊าซในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 30% ของรายได้รวม ก็ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก แต่ภาคครัวเรือนก็ยังมีอัตราการบริโภคที่ดี

อีกทั้งในครึ่งปีหลังนี้บริษัทยังมีแผนซื้อเรือเข้ามาเพิ่มอีก 1 ลำ ขนาด 3,000 ตัน เพื่อขนส่งสินค้าไปที่บังกลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่เพิ่งเข้าไปเปิดตลาดใหม่ คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 3-4 ล้านเหรียญฯ รวมอยู่ในงบลงทุนรวม 2,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้ใช้สำหรับปีนี้ ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายตลาดบังกลาเทศและเมียนมา มาทดแทนประเทศจีนที่เติบโตลดลง และลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าฯ

สิ่งสำคัญเมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจต่อการลงทุน พบว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังดูดี เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน 12,139.79  ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียน 10,405.90 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 1.16 เท่า ถือว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีพอสมควรต่อการขยายกิจการ

นอกจากนี้ภาพรวมผลประกอบการยังคงเติบโต ถือเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดี โดยสามารถทำกำไรได้ดี จากปี 2558 ทำกำไรสุทธิ 1,115.92 ล้านบาท ต่อมาปี 2559 ทำกำไรสุทธิ 1,118.72 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 ทำกำไรสุทธิ 2,811.10 ล้านบาท ส่วนปี 2561 ทำกำไรสุทธิ 871.18 ล้านบาท และในงวด 6 เดือนแรกปี 2562 ทำกำไรสุทธิ 433.35 ล้านบาท

ถึงอย่างไร SGP ก็ยังมีการตุนกำไรอยู่ !!!

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายวรวิทย์ วีรบวรพงศ์ 723,763,198 หุ้น 39.38%
  2. UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED 200,548,300 หุ้น 10.91%
  3. MITSUUROKO GROUP HOLDINGS CO., LTD. 160,000,000 หุ้น 8.71%
  4. นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ 102,742,000 หุ้น 5.59%
  5. นางพัชรา วีรบวรพงศ์ 100,000,000 หุ้น 5.44%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายวรวิทย์ วีรบวรพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท, ประธานกรรมการบริหาร
  2. นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  3. นางพัชรา วีรบวรพงศ์ กรรมการ
  4. นายสมชาย กอประสพสุข กรรมการ
  5. นายวิโรจน์ คลังบุญครอง กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ