“เอเซีย พลัส” ลุ้น กนง. คงดอกเบี้ย รับมือคลังหั่น GDP เหลือ 1.6% แนะเก็บ BEM-BBL-GULF

บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดชินชาสงคราม ลุ้นอิหร่านเปิดฮอร์มุซ จับตา กนง. คงดอกเบี้ยวันนี้ รับมือคลังหั่น GDP ไทยเหลือ 1.6% ชูเก็บหุ้นดิ่งลึก BEM-BBL-GULF นำทีม


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยสหรัฐฯ อยู่ที่ -0.1% ถึง +0.2% และยุโรป -0.6% ถึง -0.2% ทิศทางดังกล่าวสวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% หลังจากที่การเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก ภาพรวมนี้สะท้อนว่าตลาดหุ้นเริ่มมีภาวะ “ชินชา” กับข่าวสงครามแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าอิหร่านได้เสนอ “ข้อตกลงชั่วคราว” โดยจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Social Truth ว่าอิหร่านต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เร็วที่สุด ซึ่งหากสัญญาณความตึงเครียดนี้ผ่อนคลายลง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได้

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 จะมี 2 เหตุการณ์สำคัญระดับโลก คือ 1) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 จะถอนตัวออกจาก OPEC ซึ่งในระยะยาว UAE มีแผนขยายกำลังการผลิตจาก 3.4 ล้านบาร์เรล/วัน เป็น 5 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาด และ 2) วันครบกำหนด 60 วัน ตามกฎหมายอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสหากจะทำสงครามต่อ หรือต้องถอนกำลังทหารภายใน 30 วัน

คลังหั่น GDP ไทยเหลือ 1.6% – ลุ้น กนง. คงดอกเบี้ย 1.0% ดัน SET รีบาวด์ สำหรับเศรษฐกิจในประเทศ กระทรวงการคลังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.6% (จากเดิมที่คาดไว้ 2.0%) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งฉุดให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.0% (จากปี 2568 ที่ติดลบ -0.1%) ขณะที่การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มลดลงอย่างหนัก โดยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.7% จากที่เคยโตถึง 8.9% ในปีก่อน และแม้การส่งออกจะโตได้ 6.2% แต่การนำเข้ากลับพุ่งสูงถึง 13.9% ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง

ในด้านนโยบายการเงิน วันนี้ (29 เม.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 24 ท่านจาก Bloomberg คาดการณ์ตรงกัน 100% ว่า กนง. จะมีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและคุมเงินเฟ้อ

ฝ่ายวิจัยชี้ให้เห็นสถิติที่น่าสนใจว่า ในอดีตเมื่อ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ (รอบดอกเบี้ยขาลง) ตลาดหุ้น (SET Index) มักจะมีปฏิกิริยาเชิงบวกและสามารถรีบาวด์ปรับตัวขึ้นได้ จึงคาดหวังว่าดัชนีในวันนี้จะเกิดรูปแบบเดียวกัน (ส่วนทิศทางดอกเบี้ยโลกในสัปดาห์นี้ คาดว่าธนาคารกลางหลักทั้ง FED, ECB และ BOE จะมีมติคงดอกเบี้ยเช่นกัน โดยล่าสุด BOJ ได้ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 0.75% ไปแล้ว)

กลยุทธ์การลงทุน ถือเงินสด 30-40% ดักเก็บหุ้นดิ่งลึกรับสงครามคลี่คลาย บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ให้ เพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดเป็น 30% – 40% ของพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน และแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่เคยถูกกดดันจากวิกฤตสงครามจนราคาปรับย่อตัวลงมาลึก (Laggard) ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูง ได้แก่ BA, ERW, CENTEL, CBG, MINT, GPSC, BH, BGRIM, ICHI, BDMS และ SJWD โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ BEM, BBL และ GULF

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory) นำโดย MICRON (DR: MICRON01) และ SANDISK (DR: SNDK03) หลังจากที่บริษัท SEAGATE TECHNOLOGY (STX US) รายงานผลกำไร EPS ไตรมาสล่าสุดเติบโตถึง +116% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สูงกว่าคาด หนุนจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทรนด์ Agentic AI ในทางกลับกัน แนะนำระมัดระวังการลงทุนในบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปสหรัฐฯ อย่าง LAM RESEARCH และ APPLIED MATERIALS รวมถึงผู้ผลิตชิปจีน HUA HONG SEMICONDUCTOR (DR: HUAHONG23) หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สั่งระงับการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปไปยังโรงงานของ HUA HONG เพื่อสกัดกั้นการพัฒนาชิป AI ของจีน ส่วนหุ้นเด่น Global Gem แนะนำ KO80 และ BRKB80)

Back to top button