NOBLE พุ่งพรวดเกือบ 9% รับปันผล 5.2 บ. พร้อมส่งซิกครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น

NOBLE พุ่งพรวดเกือบ 9% รับประกาศปันผล 5.2 บ. พร้อมส่งซิกครึ่งปีหลังกำไรโตเด่น ล่าสุดอยู่ที่ 28.50 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 8.57% มูลค่าซื้อขาย 964.29 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE ล่าสุด ณ เวลา 11.05 น. อยู่ที่ 28.50 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 8.57% สูงสุดที่ 28.75 บาท ต่ำสุดที่ 27.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 964.29 ล้านบาท

โดย นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม NOBLE เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) พิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 5.2 บาท/หุ้น สืบเนื่องจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ตลอดรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งจากการขาย โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ, การขายสินทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์เพื่อการเช่าระยะยาว และการขายโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง โดยตลอดระยะเวลาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงครึ่งปี 2562 ผลกำไรสุทธิต่อหุ้นที่บริษัทได้บันทึกอยู่ที่อัตรา 5.1 บาทต่อหุ้น

โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 บริษัทฯคาดการณ์ว่า บริษัทฯจะบันทึกยอดขายและผลกำไรสุทธิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายรวมทั้งปี 2562 จะมียอดรับรู้รายได้ประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภายในสิ้นปี 2562 บริษัทฯจะมียอดกระแสเงินสดสะสมสูงถึงกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าความต้องการ ในการใช้เงินทุนของทางบริษัทฯ สำหรับสร้างความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทฯ จึงพิจารณาที่จะจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯมีความมั่นใจว่าหลังจากการจ่ายเงินปันผลนี้แล้วบริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างความเจริญเติบโตในอนาคตได้ตามแผนการที่ได้วางไว้อย่างแน่นอน

ด้านนายแฟรงค์ เหลียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ของ NOBLE กล่าวต่อไปอีกว่า ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและทีมผู้บริหารบริษัทฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการขยายส่วนแบ่ง การตลาดในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

โดยตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 บริษัทฯ มียอดเงินจองจากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงกว่า 3,500 ล้านบาท ส่งผลให้ บริษัทฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าบริษัทฯ สามารถรักษาตำแหน่งในการเป็นผู้นำของตลาดต่างประเทศได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ ต่อไปสำหรับโครงการใหม่ ๆ ของโนเบิลที่จะเปิดในอนาคตอันใกล้นี้เช่นกัน

นอกเหนือจากการสร้างยอดขายจากโครงการในประเทศไทยแล้วบริษัทฯ ยังมีแผนการที่จะขยายการลงทุนส่วน หนึ่งไปยังโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับ ความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์ของอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาท และเงินสกุลหลักๆ ในภูมิภาคเอเซียมีค่าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายที่บริษัทฯ มีอยู่ทั่วภูมิภาคเอเซียรองรับการขยายการลงทุนส่วนนี้ได้ เป็นอย่างดี

คำค้น