
NOBLE กางแผนปี 69 เปิด 4 โครงการใหม่ ชู Rent to Own กระตุ้นยอด
NOBLE โชว์ยอดโอนปี 68 แตะ 7,820 ลบ. อานิสงส์กลยุทธ์ Asset Light และบุ๊กกำไรขายโครงการให้ STECX กางแผนปี 69 ลุยเปิด 4 โครงการใหม่ ชูกลยุทธ์ Rent to Own กระตุ้นยอด พร้อมขยายฐานต่างชาติ ดันโตยั่งยืน
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ความสำเร็จของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light Model และการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ นิว เอปิค อโศก–พระราม 9 ให้กับพันธมิตรอย่าง STECX ในช่วงไตรมาสที่ 3 ควบคู่ไปกับการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รวม 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ นิว อีโว อารีย์, โครงการ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ, โครงการ โนเบิล ครีเอท และโครงการ นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ ซึ่งยอดโอนกรรมสิทธิ์ของทั้ง 4 โครงการนี้มีมูลค่ารวมกว่า 3,370 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ตลอดทั้งปี 2568 อยู่ที่ 7,820 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 4 แห่งในปี 2568 ยังสะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการคุณภาพบนทำเลศักยภาพของบริษัทฯ ประกอบด้วย โครงการ นิว อีโว อารีย์ คอนโดมิเนียม High Rise 42 ชั้น ใจกลางอารีย์ซอย 1 ห่างจาก BTS อารีย์เพียง 300 เมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสวนลอยฟ้าและสระว่ายน้ำวิว Panorama, โครงการ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ คอนโดมิเนียม High Rise 46 ชั้น ย่านทองหล่อ ภายใต้แนวคิด Intelligent Living ที่ยกระดับการอยู่อาศัยระดับลักชัวรี, โครงการ โนเบิล ครีเอท คอนโดมิเนียม High Rise 6 อาคาร พร้อมสวน Forest Habitat ขนาด 5 ไร่ ใกล้ทางด่วนและทองหล่อเพียง 10 นาที และโครงการ นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ คอนโดมิเนียม High Rise 6 อาคาร ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพื้นที่สีเขียวกว่า 3 ไร่ เชื่อมต่อพระราม 3 – สาทรเพียง 10 นาที โดยทั้ง 4 โครงการสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน ส่งผลให้มียอดขายรอโอน (Backlog) จาก 4 โครงการดังกล่าว ณ สิ้นปี 2568 ประมาณ 5,200 ล้านบาท ที่จะทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีสินค้าพร้อมขายและพร้อมโอน (Inventory) มูลค่าประมาณ 9,100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมความต่อเนื่องของรายได้และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต
ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทฯ สามารถลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) ลงเหลือ 1.71 เท่า จาก 2.15 เท่าในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ นิว เอปิค อโศก–พระราม 9 ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการขยายธุรกิจและโอกาสการลงทุนใหม่ในระยะถัดไป
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ ครอบคลุมทั้งแนวสูงและแนวราบในทำเลศักยภาพ โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย ควบคู่กับการบริหารจังหวะการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาด พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนนำที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่อาศัยบางส่วน มาพัฒนาเป็นทางเลือกการเช่าพร้อมสิทธิในการซื้อในอนาคต (Rent to Own) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าในภาวะที่กำลังซื้อยังมีข้อจำกัด แต่ยังสนับสนุนการบริหารสภาพคล่อง เสถียรภาพทางการเงิน และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติ ทั้งการรักษาตลาดหลักและรุกสู่ตลาดศักยภาพใหม่ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขาย ควบคู่กับการได้รับการประเมิน “หุ้นยั่งยืน” ระดับ AAA จาก SET ESG Ratings โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง กลยุทธ์ที่ชัดเจน และพอร์ตโฟลิโอที่สมดุล บริษัทฯ จึงมีความพร้อมที่จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และคว้าโอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจไทย

