เคลียร์พอร์ตรอ IPO

*ประเด็นข่าวที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นตัวมากสุดในเที่ยวนี้ไม่ใช่เรื่องท่าทีของสงครามการค้า และแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หรือแม้กระทั่งการลงโทษผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน ล้วนไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ความสนใจของเดี๊ยนเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเรื่องจริงที่อยู่ในความสนใจสุด ๆ กลายเป็นเรื่องหุ้นน้องใหม่ AWC ที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น ซึ่งเขาพูดกันไม่หยุดปากสักทีว่า IPO ใหญ่สุดเจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ประเด็นข่าวที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นตัวมากสุดในเที่ยวนี้ไม่ใช่เรื่องท่าทีของสงครามการค้า และแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หรือแม้กระทั่งการลงโทษผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน ล้วนไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ความสนใจของเดี๊ยนเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเรื่องจริงที่อยู่ในความสนใจสุด ๆ กลายเป็นเรื่องหุ้นน้องใหม่ AWC ที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น ซึ่งเขาพูดกันไม่หยุดปากสักทีว่า IPO ใหญ่สุดเจ้าค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้บรรดากองทุนพากันเทขายหุ้นที่อยู่ในพอร์ตออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้พื้นที่พอร์ตว่างพอที่จะรองรับหุ้นของ “เสี่ยเจริญ” ได้แบบไม่อั้น ช่วงที่ผ่านมาถึงเห็นหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวโดนกระหน่ำขายแบบไม่ต้องคิดอะไรให้รกสมอง เพราะของมันแบเบอร์ตั้งแต่ต้นแล้วว่า แวลูของหุ้นน้องใหม่ไฟแรงจะสูงกว่า 6 บาทเมื่อเข้าตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ (พวกกองทุนเม้าท์กันถี่ขึ้นเรื่อย ๆ) นะจะบอกให้

*ที่สำคัญงานนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องค่า P/E 200 กว่าเท่า แม้แต่คนเดียว เพราะกระแสข่าวที่ออกมาตอนนี้กลายเป็นว่า บรรดากองทุนขอเหมาหุ้นทั้งหมด ใครไม่เอา..กองผมเอา! ผลกระทบดังกล่าวเลยไปตกอยู่ที่หุ้นทำธุรกิจโรงแรม กับศูนย์การค้าแบบช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะเป็นหุ้นเป้าหมายหลักที่บรรดากองทุนกำลังหาช่องทางระบายหุ้นออกให้ได้มากสุดเท่าที่จะทำได้นะจ๊ะ

*ด้วยเหตุนี้ถึงต้องทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ เพราะไม่มีทางเลี่ยงอื่นที่ดีกว่าการขายหุ้นออกไปเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงต้องชี้เป้าหุ้นที่จะโดนเอฟเฟ็กต์ดังกล่าวชัด ๆ อีกครั้ง ซึ่งในที่นี้ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ CENTEL ต่อเนื่องจนไปถึง ERW หรือแม้แต่น้องมิ้น MINT ก็ได้รับผลกระทบกับเขาไปด้วย ซึ่งทำให้เสน่ห์ความน่าสนใจของหุ้นเหล่านนี้หดหายไปอย่างรวดเร็ว และกว่าจะฟื้นตัวอีกทีคงเป็นช่วงปลายปีนะตัวเอง

*เรื่องดังกล่าวยังไม่จบเพียงเท่านี้! เพราะในสังคมแมงเม้าท์มีการประกบมวยคู่เอกของเวทีแห่งนี้ด้วยการให้แต้มต่อหุ้นไอพีโอน้องใหม่มากกว่าจอมเก๋าอย่าง CPN อย่างออกหน้าออกตา พร้อมทั้งสาธยายความสดใหม่ได้เปรียบอยู่หลายช่วงชก พร้อมกับอธิบายการซึมกะทือของหุ้นศูนย์การค้ามาจากสตอรี่เด็ด ๆ ไม่มีเหมือนเมื่อก่อน ผนวกกับยังมองไม่เห็นทิศทางการ growth จะมาจากส่วนไหน? ราคาหุ้นเลยมีอาการแป้กไม่เป็นท่าไงล่ะคะ

*อานิสงส์ของหุ้นไอพีโอดาวดังยังทำให้หุ้นน้องใหม่ (รูปรส กลิ่น สี) RBF ที่กำลังจะเข้า SET ในช่วงปลาย ต.ค. (ของเจ้าสัวเจริญคาดเทรดวันที่ 10 เดือน 10) ได้รับผลดีตามกับเขาไปด้วย เพราะบรรดากองทุนก็เตรียมพอร์ตบางส่วนไว้รับหุ้นตัวนี้เช่นกัน และสตอรี่ที่ทำให้พวกกองทุนหันมาสนใจ ก็มาจากเรื่องเติบโตที่จะเห็นเด่นชัดในปลายไตรมาส 4 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2563 พะยะค่ะ

*อธิบายแบบนี้อาจไม่เห็นภาพที่ชัดเจนสักเท่าไหร่! “โมนิก้า” ขอแนะนำให้แฟนคลับหันไปดูทิศทางการเติบโตของหุ้น OSP และ CBG ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศมีโมเดลแบบไหน! หุ้นตัวนี้ก็เดินตามรอยทุกกระเบียดนิ้ว โดยทั้งคู่ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ของหุ้นน้องใหม่แบบนี้ เดี๊ยนบอกได้ทันทีว่า เลิศ! แถมการเข้าตลาดหุ้นทำให้การค้าขายกับลูกค้าต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้นซะด้วย..กองทุนถึงสนใจเยอะเจ้าค่ะ

*ข้อมูลทั้งหมดที่เล่าให้ฟังในเบื้องต้นทำให้ “โมนิก้า” เข้าใจการรินหุ้นของพวกกองทุนในประเทศ และฝรั่งตาน้ำข้าวได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้ดัชนียังขยับเขยื้อนไปได้ไม่ไกลเสียที และเหตุการณ์ในทำนองนี้น่าจะอยู่กับตลาดหุ้นไทยไปอีกพักใหญ่ ๆ เดี๊ยนถึงรู้สึกพอใจที่วานนี้ยังเห็นดัชนีประคองตัวปิดที่ระดับ 1,663.93 จุด บวกไป 1 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.33 หมื่นล้านบาท ไงล่ะคะ

*วันนี้ถึงเป็นจังหวะของการ select buy แบบเต็มตัว และการเล่นยังต้องเน้นไปที่การเข้าทำสั้น ๆ เพื่อความคล่องตัวของพอร์ตหุ้น “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่หุ้นขนาดใหญ่บางตัวขึ้นใหม่ และในขณะเดียวกันก็เห็นหุ้นขนาดใหญ่บางตัวลงหนักเหลือเกิน จึงอยากให้นักเล่นมองรอบหุ้นควบคู่กับผลงานในอนาคต เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของหุ้นจะไปในทิศทางไหนนะจะบอกให้

*ถึงกระนั้น “โมนิก้า” ยังอยากให้แฟนคลับลองสังเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเองอีกครั้ง เพื่อจะได้เรียนรู้สิ่งที่เดี๊ยนเล่าให้ฟังมีน้ำหนักน่าเชื่อถือขนาดไหน? เพราะบางเรื่องก็อยากให้นักเล่นลอง “ฟังหู ไว้หู” เพื่อจะได้รับรู้ถึงเหตุผลที่ทำให้หุ้นส่วนใหญ่ยัง “วนไป วนมา” ณ จุดเดิมพะยะค่ะ