สังคมข่าวหุ้น

*ตลาดหุ้นไทยเงียบเหงา

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

*ตลาดหุ้นไทยเงียบเหงา

*วอลุ่มลดเหลือแค่ 4 หมื่นล้านบาทต่อวัน นักลงทุนส่วนใหญ่รอผลการเจรจาการค้าระหว่างทรัมป์กับจีนวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ แต่ที่กังวลกันมากคือ ข่าวสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาลดการลงทุนในตลาดหุ้นจีนและปลดหุ้นจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้ทางการสหรัฐฯ จะบอกว่ายังไม่มี แต่นักลงทุนก็แพนิกไปล่วงหน้าแล้ว ส่วนปัจจัยภายในตัวเลขเศรษฐกิจที่ล่าสุดธนาคารโลกเตรียมปรับลดจีดีพีไทยลง หลังธปท.ออกมาลดประมาณการจีดีพีเหลือ 2.8% ก็ถือว่าเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยต่อไป เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าแบงก์ชาติจะลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ วอลุ่มก็หายไปส่วนหนึ่ง เตรียมเงินไปช้อปหุ้นน้องใหม่ AWC ของเสี่ยเจริญ ทำให้ตลาดฯ ช่วงนี้ไม่คึกคัก แนวรับ 1,630 จุด แนวต้าน 1,645 จุด

*งบกลุ่มแบงก์ไตรมาสที่ 3 ใกล้คลอดงบ Q3 กลางเดือนนี้ ข่าวดีก็คืองบทั้งกลุ่มจะกลับมาเป็นบวก ได้แรงหนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ของเสี่ยอาทิตย์ บันทึกกำไรพิเศษขาย SCBLIFE 1.1 หมื่นล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้งบพุ่งพรวด มีกำไรสุทธิกว่า 2 หมื่นล้านบาท ช่วยให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์พลิกเป็นบวก 16.8% ส่วนที่เหลือกสิกรไทยของเสี่ยปั้น กำไรเพิ่มขึ้น 2.5% จากปีก่อน กรุงเทพของเสี่ยโทนี่ กำไรลดลง 3% กรุงไทยของเสี่ยผยง ยังเอาตัวรอด ด้านแบงก์ที่อยู่ระหว่างควบรวมกิจการ TCAP ของสมเจตน์ กำไรโตโลด 7.9% ต่างจาก TMB ของเสี่ยปิติ ไตรมาสนี้กำไรลดลงค่อนข้างมากกว่าแบงก์อื่น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรพิเศษ อย่างไรก็ตามความกังวลเรื่องลดดอกเบี้ยก็ยังทำให้เกิดแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์อย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์จึงให้ทยอยเก็บ จากราคาที่ลงมาต่ำมากแล้ว ทำให้มีอัพไซด์ที่น่าสนใจ แนะนำแบงก์ใหญ่ยังคงน่าสนใจ SCB 47 บาท BBL 203 บาท และ KBANK 200 บาท

*หุ้นกลุ่มโรงแรมยังต้องลุ้น ยอดชิม ช้อป ใช้วันแรก ยังไม่แรง โดยเฉพาะที่พักโรงแรม คงจะต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง ส่วนที่ใช้กันคึกคัก คงเป็นกลุ่มโอทอปและร้านค้า งานนี้กลุ่มจิราธิวัฒน์รับเต็ม ๆ เริ่มจาก ZEN มีการจดทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วม ทำให้ได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นค่อนข้างมาก ส่วน ROBINS ถือเป็นกลุ่มค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ เข้าร่วม ชิม ช้อป ใช้” มากที่สุด CPN ได้ประโยชน์จากร้านอาหารในเครือเข้าร่วมค่อนข้างมาก แต่สัดส่วนรายได้จากร้านอาหารของ CPN ค่อนข้างน้อย จึงน่าจะได้ประโยชน์ทางอ้อมมากกว่า และ CENTEL เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์เรื่องนี้มากที่สุดในกลุ่มโรงแรม โดยเป็นหุ้นตัวเดียวในกลุ่มโรงแรมที่เข้าร่วม

*SAWAD ของธิดา แก้วบุตตา ได้ BFIT หนุนงบไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะออกมาสวย ได้ประโยชน์ต้นทุนลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง กำไรไตรมาสนี้จะประมาณเกือบพันล้านบาท โต 20 กว่า% ผู้บริหารมั่นใจ ความต้องการจำนำที่ดินยังสูง และมีเพียง SAWAD ที่ให้บริการนี้ ขณะที่คู่แข่งโดนจำกัดดอกเบี้ยที่ 15% ส่วน SAWAD ใช้ดอกเบี้ย 35% ภายใต้ BFIT สามารถเก็บได้ถึง 36% และบริษัทใช้สินเชื่อต่อหลักประกันที่ต่ำ และวงเงินที่ 2-4 แสนบาท ระยะเวลาเพียง 1 ปี ราคาเป้าหมาย 45-55 บาท

*AOT ของเสี่ยนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หุ้นสนามบินรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนฟื้นตัว AOT ได้ประโยชน์มากที่สุด จากการเติบโตของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวใน Q4 เร่งตัวมากขึ้น เนื่องจากกำลังเข้าสู่ไฮซีซั่น เราคงประมาณการกำไรหลักของ AOT เติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปี จากการเติบโตของผู้โดยสารที่เร่งตัวขึ้น และรายได้ส่วนแบ่งสัมปทานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ราคาเป้าหมาย 80 บาท