Daily View – P.M. – บล.กสิกรไทย

Tactical Move

เดินเกมกลยุทธ์บ่าย

สรุปภาวะตลาดเช้า

SET Index ปรับลดลง -8.83 จุด (-0.54%) ปิดภาคเช้าที่ 1,615.26 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21,588.86 ล้านบาท

Most Positive Impact : ADVANC (+0.29 จุด), CPALL (+0.22 จุด), BEM (+0.15 จุด)

Most Negative Impact: AOT (-1.38 จุด), BBL (-0.83 จุด), KBANK (-0.81 จุด)

ตลาดหุ้นไทยถูกแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหลัง PMI สหัฐฯ (ISM) (ก.ย.) อ่อนตัวลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี รวมถึงการออกมาปรับลดเป้า GDP ของหลายสถาบัน

เกาหลีใต้เปิดเผยยอดขายรถยนต์ในเดือนก.ย.ร่วงลง 2.3% YoY ในเดือนก.ย. เป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก

ที่ประชุมกกร. มีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 62 ลงมาที่  2.7-3.0% รวมถึงมีการปรับลดเป้าส่งออกปีนี้เหลือ -2.0% ถึง 0.0% จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยืดเยื้อ, ประเด็น Brexit และทิศทางเงินบาทที่แข็งค่า

แนวโน้มตลาดบ่าย

บ่ายนี้คาด SET Index อ่อนตัวตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มองเป็นจังหวะทยอยสะสมแถวแนวรับบริเวณ 1,610/1,615 จุด เพื่อรอการฟื้นตัวในระยะถัดไปจากการเจรจาการค้าที่คาดว่าจะมีพัฒนาการเชิงบวก นอกจากนี้รัฐบาลอาจมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ GDP ต่ำกว่า 3% มากเกินไป โดยจะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจวันที่ 7 ต.ค นี้

กลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยหนุน และกำไร 2H19 มีแนวโน้มดี

1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL BTS ORI TFFIF STEC

2) กลุ่มปันผลสูง JASIF LH TISCO TCAP

3) กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE DTAC ADVANC INTUCH

4) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP PRM

5) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้น AOT ERW MINT CENTEL

6) ปัจจัยเฉพาะตัว CPF GUNKUL TPCH JAS SAWAD OSP TKN MEGA TU GFPT BDMS

ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญ วันพุธสหรัฐฯจะมีการรายงานสต็อคน้ำมันดิบตลาดคาดเพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาร์เรล วันศุกร์ติดตามการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ(ก.ย.) ตลาดคาด 1.6 แสนตำแหน่ง

หุ้นแนะนำ TU