สังคมข่าวหุ้น

*งบแบงก์ใหญ่ทยอยประกาศวันนี้

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

*งบแบงก์ใหญ่ทยอยประกาศวันนี้

*ไทยพาณิชย์ของเสี่ยอาทิตย์แถลงงบ Q3 วันนี้ กำไรอู้ฟู่กว่า 2 หมื่นล้านบาท แม้ไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SCBLIFE กำไรปกติก็เพิ่มขึ้นอยู่ดี ส่วน BBL ของเสี่ยโทนี่ ยังต้องลุ้นกันหน่อย อาจจะเป็นวันนี้ หรืออย่างช้าวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม มีกำไรสุทธิ 8,757 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 3% จากปีก่อน สัปดาห์นี้คงมี BAY, KKP, TCAP ของเสี่ยสมเจตน์ ส่วนสัปดาห์หน้า เหลือ KBANK และอาจมีกรุงไทยของเสี่ยผยง หากไม่ประกาศสัปดาห์นี้ แต่โดยรวมงบแบงก์พาณิชย์ไตรมาส 3 นี้ จะเป็นบวก ได้งบแบงก์ใบโพธิ์ช่วยประคองทั้งกลุ่ม ราคาก็ซื้อได้ทุกตัว ถูก ๆ ทั้งนั้น ถ้าเทียบกับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและลีสซิ่งที่พี/อีทะลุพิกัด

*น้องแมงเม่าสาดหุ้น TMB เสี่ยปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทหารไทยพร้อมลูกกระหน่ำ ก่อนประกาศงบวันนี้ ไม่ต้องสงสัยลดลงจากปีก่อนแน่นอน เพราะไม่มีกำไรพิเศษ แต่ราคาหุ้นก็ดิ่งเกินเหตุ ปันผลระหว่างกาลก็มีให้ 3 สตางค์ต่อหุ้น ยังไงก็คุ้ม ซื้อยังไงก็ถูกกว่า TCAP ที่ต้องซื้อในราคาพรีเมียมที่ 2.18 บาท แต่ถ้าเก็บ TMB-T1 ตอนนี้ก็แค่ 0.02-0.03 บาท บวกราคาใช้สิทธิแล้วก็แค่ 1.42-1.43 บาทเท่านั้น แล้วแบบนี้น้องแมงเม่ายังจะทิ้งกันอีกหรือ

*AWC ของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา วันนี้เข้าคำนวณดัชนีฟุตซี่อย่างเป็นทางการ ณ ราคาปิด เม็ดเงินที่คาดว่าจะไหลเข้าประมาณ 48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.45 พันล้านบาท ซึ่งจะส่งผลต่อดัชนีหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะราคาขึ้นไปทุก 1% จะดันดัชนีได้ 0.15 จุดเลย ราคาเป้าหมายตอนนี้

*นักลงทุนเริ่มกลับมาซื้อ KKP ของอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เกียรตินาคินคืน แม้ว่าวันนี้จะหลุดจาก SET50 แต่ก็ยังอยู่ใน SET100 เป็นจังหวะที่ซื้อสะสม ประกาศงบไตรมาสที่ 3 พรุ่งนี้ กำไรสุทธิทรง ๆ ตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ราคาลงมาเยอะเกิน แถมปันผลก็ดี ให้ราคาเป้าหมาย 80 บาท

*OSP ของตระกูลโอสถานุเคราะห์ ราคาเป้าหมาย 40 บาท คาดว่าไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% และจะโตต่อเนื่องในปีหน้า ประมาณ 15% เพิ่มเป็นเกือบ 4 พันล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากผลิตภัณฑ์ใหม่ C-Vitt เต็มปี อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงแก้วแห่งใหม่สูงขึ้น และจะเริ่มเดินเครื่องโรงงานเครื่องดื่มที่เมียนมาไตรมาสที่ 1 ปีหน้า

*LH ของอัศวโภคิน เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาฯ อีกตัวหนึ่ง ที่พอร์ตนักลงทุนควรจะมีไว้ แม้ว่าภาวะตลาดฯ จะไม่ค่อยดี แต่หุ้นตัวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวที่นิยมเล่นกันอยู่ตลอด เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลดี ประมาณ 4% ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 10.70 บาทต่อหุ้น

*MTC ของเฮียชูชาติ แห่งเมืองไทย แคปปิตอล และ SAWAD ของธิดา แก้วบุตตา ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ราคาขยับรับงบไตรมาสที่ 3 เมืองไทย แคปปิตอล กำไร 1 พันล้านบาทนิด ๆ เพิ่มขึ้นไม่ถึง 15% จากปีก่อน ที่เคยโต 30% เพราะต้องระมัดระวังตัวเลขเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานการคำนวณหนี้แบบใหม่ ส่วนศรีสวัสดิ์ก็เติบโตเช่นกันไตรมาสนี้ ใกล้เคียงกับคู่แข่ง ราคาตอนนี้เริ่มแพงแล้ว เกินเป้าที่นักวิเคราะห์ให้ที่ 48-50 บาท รอให้ย่อหน่อยจะดีกว่าไล่ราคา

*กลุ่มปตท. ของเฮียชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กลุ่มนี้กูรูแนะนำเก็งกำไร PTTEP ประเมินราคาเหมาะสมที่ 138 บาท ตามภาวะราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งค่อนข้างจะผันผวน แม้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะไปได้ดี แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำนัก ส่วนหุ้นแม่ PTT หากดัน PTTOR เข้าตลาดฯ สำเร็จก็ไชโย ราคาหุ้นแม่คงได้เห็นเกิน 50 บาทอีกครั้ง

*หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ยังคงขึ้นต่อ ตัวเด่น ๆ ได้แก่ GPSC ของชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ BGRIM ของปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บี.กริม เพาเวอร์ และ EGCO ของจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า ถ้าเทียบกับทั้ง 3 ตัว EGCO P/E จะต่ำกว่าเพื่อน อยู่แถว 17 เท่า ที่เหลืออีก 2 ตัว 60-70 เท่า จะบอกว่าแพงก็ได้ แต่ก็เป็นการซื้ออนาคต ที่อัตราการเติบโตยังสูงอยู่ ดังนั้นสถาบันจึงชอบที่จะเก็บหุ้นกลุ่มนี้ แม้ปันผลจะไม่สูงก็ตาม

*หุ้นกลุ่ม ADVANC กำไรเติบโตดี รวมทั้ง INTUCH แถมยังเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลหนักอีกด้วย ไตรมาส 3 คาดว่า ADVANC กำไร 8,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ส่วนอินทัช ก็ได้ดีตามลูกในฐานะโฮลดิ้งไปด้วย

*ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย มาแล้วพร้อมสนับสนุนผู้ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการ ชิมช้อปใช้ เติมเงินผ่าน G-Wallet 2 พร้อมรับเงินคืน 15% วงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท ได้คืน 4,500 บาท ภายใน 30 พฤศจิกายนนี้ ขั้นตอนง่ายไม่ซับซ้อน ใช้จ่ายได้ทุกจังหวัดที่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน