
DELTA โชว์กำไร Q1 โต 65% ทะลุ 9 พันล้าน รับยอดขายสินค้า “ดาต้าเซ็นเตอร์-เอไอ” พุ่ง
DELTA ทำสถิติกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,081 ล้านบาท เติบโต 65.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์ยอดขายกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และ AI โตแกร่ง
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 สิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,081 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.73 บาท เทียบกับ 0.44 บาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยยอดขายสินค้าและบริการของ DELTA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 61,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่ การเพิ่มขึ้นของผลผลิต และการขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน สอดคล้องกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากทั่วโลก นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารสีเขียวก็มีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่รายได้กลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงอ่อนตัวตามอุปสงค์ที่ยังไม่ฟื้นตัว
ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้มีจำนวน 19,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเติบโตของยอดขายในภาพรวม รวมถึงการเติบโตของกลุ่มสินค้าพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตรากำไรดี สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 9,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 86.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐฯ การเพิ่มขึ้นของค่าสิทธิจ่ายตามแนวโน้มการผลิตและขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากบริษัทแม่ในไต้หวัน รวมถึงค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่ปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายขีดความสามารถ อย่างไรก็ดี DELTA ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้รวมลดลงจากปีก่อน
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 9,691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 15.8 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.3 ของงวดเดียวกันในปีก่อน ขณะเดียวกัน DELTA ได้บันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคารโรงงาน และการด้อยค่าของความนิยมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในประเทศสโลวาเกีย พร้อมรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 318 ล้านบาท รวมกับรายได้ชดเชยการผิดสัญญาทางการค้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีการบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม 1,283 ล้านบาท ตามกฎการคำนวณภาษีเงินได้เสาหลักที่สอง (Pillar Two model rule) ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 DELTA มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 174,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.0 จากสิ้นปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ รวมถึงการลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์จากการสร้างศูนย์วิจัยและโรงงานแห่งใหม่ทางตอนใต้ของอินเดียและในประเทศไทย ขณะที่มีหนี้สินรวม 67,695 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.9 ตามการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two ด้านส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 106,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 ตามกำไรที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
