จัดกลยุทธ์รับดอกเบี้ยขาลง! โบรกฯเน้นเคาะ 7 หุ้น “ไฟแนนซ์” ได้อานิสงส์วิ่งคึก

จัดกลยุทธ์รับดอกเบี้ยขาลง! โบรกฯเน้นเคาะ 7 หุ้น “ไฟแนนซ์” ได้อานิสงส์วิ่งคึก

สัปดาห์นี้นักลงทุนติดตามผลประชุมเฟดเป็นหลักโดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาด Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค.นี้ ล่าสุดคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 8-2 เสียงปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมวันนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ และเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้ อย่างไรก็ดีเฟดส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยด้วย

ดังนั้นทีมข่าว ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ จึงทำการรวบรวมบทวิเคราะห์หลายแห่งมานำเสนอ โดยครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลงเป็นหลัก โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำให้ลงทุนกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อและปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล อาทิ SAWAD,MTC, AMANAH,S11,THANI,CHAYO, JMT ซึ่งแต่ละโบรกฯได้ระบุไว้ดังนี้

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้ม FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ในที่ 29-30 ต.ค.62 ซึ่ง Nomura และ Consensus ให้โอกาสลดดอกเบี้ยลงเพิ่มเติมอีก 25bps สู่ 1.50-1.75% โดยจะถือเป็นการปรับลด 3 ครั้งติดต่อกัน คาดจะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือ และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะหนุน Fund Flows เข้า Asia ต่อเนื่อง ล่าสุดต่างชาติซื้อสุทธิในเอเชีย 12 วันติดต่อกัน รวมกว่า 3,150 ล้านเหรียญ เป็นจิตวิทยาบวกต่อเอเชียและไทย

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนแนะนำกลุ่มที่ได้อานิสงค์ดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ 1) Consumer Finance: SAWAD, AMANAH, JMART 2) High Yield: ADVANC, INTUCH, KKP 3) Property: AP, SPALI 4) ส่งออกอาหาร : CPF, GFPT 5) ท่องเที่ยว MINT, AOT, ERW 6) นิคม AMATA, WHA 7) โรงไฟฟ้า GUNKUL 8) การบริโภค CPALL, KAMART, ICHI, ZEN

 

บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า SET: คาดนักลงทุนทั่วโลกจะอยู่ในโหมด Wait & See เพื่อรอดูผลการประชุม FOMC และคำกล่าวของนาย Jerome Powell ล่าสุด ยังคงเห็นสัญญาณเชิงบวกจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดล่วงหน้า ประกอบกับแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มกลับมา หลัง SET Index ปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 1600 จุด

อย่างไรก็ดี จาก Upside ของดัชนีที่ยังคงจำกัดจากปัจจัย Valuation  ทำให้ประเมินว่าในเชิงกลยุทธ์ แนะนำเพียงถือหุ้นตามธีมการลงทุนได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond yield ต่ำ (ยังคงคาดว่ากนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปีนี้) เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ (S11, THANI, CHAYO, JMT), สาธารณูปโภค (RATCH, TPCH, EASTW), สื่อสาร (ADVANC, INTUCH), REIT & IFF

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.75% เพื่อพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจลดผลกระทบจากสงครามการค้า และคาดว่า Fed อาจจะประกาศนำ QE กลับมาใช้อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการซื้อพันธบัตรผ่าน Fed Balance sheet ที่สูงขึ้นแล้ว โดย CME Group คาดความน่าจะเป็นที่ Fed จะลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกเป็น 97% เทียบกับวันก่อนอยู่ที่ 93%

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD) ได้ประโยชน์ต้นทุนลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง MTC (ซื้อ/เป้า IAA Consensus 78 บาท) กลุ่มไฟแนนซ์ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง(คาด Fed และ กนง.จะลดดอกเบี้ย) ช่วยลดต้นทุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการในกลุ่มไฟแนนซ์ โดยปีหน้า MTC มีหนี้และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดและสามารถ Refinanc ได้มากที่สุดของกลุ่มที่ประมาณ 8,700 ล้านบาท

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด Fed ลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 29-30 ต.ค. นี้ แม้เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงแต่ไม่มากพอที่จะหักล้างความเสี่ยงการสงครามการค้าที่แม้ปัจจุบันจะมีพัฒนาการดีขึ้นก็ตาม และเชื่อว่าไม่กดดันให้ กนง.ต้องลดดอกเบี้ยตามในการประชุมวันที่ 6 พ.ย. ทั้งนี้ กนง.ยังเหลือการประชุมอีก 1 ครั้งในวันที่ 18 ธ.ค.

โดย MTC คาดกำไร ไตรมาส 3/62 +4% เทียบไตรมาส, +10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 1,059 ลบ. จากสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโต 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและเปิดสาขาใหม่อีก 22 แห่ง ไตรมาสนี้อาจเห็นแรงกดดันจาก Credit cost และค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น  แต่แลกกับคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและตามหนี้  ปรับกำไรปีนี้ลงเล็กน้อยเป็น 4.2 พันลบ. +13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและคาดเร่งตัวขึ้นปีหน้า +26% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ใหม่ที่ต่ำลง ปรับไปใช้เป้าปีหน้าที่ 68 บาท เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมแนะนำขายหลังงบไตรมาส2/62 ออก

 

บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง TISCO, TCAP, MTC, SAWAD โดย TISCO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 102.00 บาท) เป็นหุ้นธนาคารที่พื้นฐานดี มี NPL ในพอร์ตอยู่ในระดับต่ำเพียง 2.8% ขณะที่ LLR Coverage สูงเป็นอันดับสองของอุตสาหกรรมที่ 169% และมีระดับเงินกองทุนแข็งแกร่งที่ 18.3% ส่วนผลการดำเนินงาน คาดกำไรไตรมาส 4/62 จะทรงตัวและคาดกำไรสุทธิปี 62 ที่ 7.3 พันลบ. +3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 100 บาทน่าสนใจเข้าทยอยซื้อไว้รับปันผล โดยคาดว่าปีหน้าค่าใช้จ่าย provision จะลดลงเนื่องจากธนาคารมีสำรองส่วนเกินอยู่มากทำให้ปันผลได้มากขึ้น คาดปันผลของปี 62 ไว้ที่ 8.00 บาท คิดเป็น dividend yield 8.4% (ปกติจะปันผลปีละ 1 ครั้ง ขึ้น XD ในเดือน เม.ย. ของทุกปี)

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด SET ซื้อขายในกรอบ 1580-1610 จุด แนวต้านเป็น 1600-1610 จุด  แนวรับอยู่ที่ 1580-1560 จุด การเข้าเก็งกำไรควรเข้าไว-ออกไว กลยุทธ์ คือ เลือกลงทุนทยอยสะสม เป็นรายกลุ่มและรายตัว (Selective) ตาม Theme เป้าหมายดัชนีปีนี้ 1680 ปีหน้า 1725 จุด อาทิ ดอกเบี้ยขาลง- DIF,CRYSTAL,TPRIME, MTC,SAWAD

 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  นักลงทุนคาดหวังเฟดปรับลดอัตราดดอกเบี้ย โดย Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสราว 79.6% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนนี้

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ผลบวกเรื่องอัตราดอกเบี้ยลดคาดว่าช่วยเอื้อกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อและปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล แต่คาดว่ายังเป็นผลลบซ้ำเติมหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นอุปสรรคหนักต่อธุรกิจส่งออก ดังนั้นอย่าเพิ่งสวนซื้อหุ้นกลุ่มอาหารส่งออกและอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน