น้ำมันดิบพุ่งแรง! เบรนท์แตะ 113 เหรียญ รับฮอร์มุซตึงเครียด-อุปทานโลกสะดุด

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นแรง หลังความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ขณะที่สหรัฐ-อิหร่านยังไร้ข้อตกลงสันติภาพ หนุน Brent พุ่ง 5.16% แตะ 113.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้น 4.54% แตะ 106.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ค.2569) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยฟื้นตัวจากการปรับตัวลงก่อนหน้านี้ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ขณะที่เส้นทางเดินเรือสำคัญบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเผชิญข้อจำกัดด้านความปลอดภัย

โดย ณ เวลา 17.23 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ หรือ Brent ส่งมอบเดือนกรกฎาคม พุ่งขึ้น 5.58 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.16% สู่ระดับ 113.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากปิดลดลง 2.23 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน พุ่งขึ้น 4.63 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.54% สู่ระดับ 106.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากปรับตัวลดลง 3.13 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก UBS ประเมินว่า แนวโน้มราคาน้ำมันยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ตราบใดที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัด เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่อการส่งออกพลังงานของโลก

ในด้านสถานการณ์ความขัดแย้งนั้น กองทัพอิหร่านได้เตือนกองกำลังสหรัฐฯ ในวันนี้ (4 พ.ค.) ไม่ให้เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่าจะตอบโต้รุนแรงหากเผชิญภัยคุกคาม ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือเรือที่ติดค้างในพื้นที่

แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีท่าทีช่วยเหลือด้านการเดินเรือ แต่ราคาน้ำมันก็ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในการทำข้อตกลงสันติภาพ และเส้นทางขนส่งสำคัญยังคงเผชิญข้อจำกัด

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังดำเนินต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างประเมินท่าทีของกันและกัน ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญกับการผลักดันข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่อิหร่านต้องการเลื่อนการเจรจาออกไปจนกว่าสงครามจะสิ้นสุด และเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการปิดกั้นการขนส่งในอ่าวเปอร์เซียก่อน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ระหว่างแล่นผ่านใกล้เมืองฟูไจราห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) ระบุเมื่อวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) ว่า จะเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. สำหรับสมาชิก 7 ประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

การเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวสอดคล้องกับระดับที่กำหนดไว้สำหรับเดือนพ.ค. แต่ไม่รวมสัดส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ถอนตัวจากโอเปกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะยังไม่ส่งผลต่ออุปทานจริงมากนัก เนื่องจากสงครามอิหร่านยังคงกระทบการส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ

Back to top button